
วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2568) เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางมาถึง อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ในเวลา 08.00 น. ตามนัดหมาย กิจกรรม ทวงคืนปราสาทตาควาย ทันทีที่มาถึง มีการทำพิธีบวงสรวง อยู่บริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์ฯ จากนั้น แกนนำ ได้มีการปราศรัยประกาศจุดยืน ในการทวงคืนปราสาทตาควาย และ ยืนยันว่าปราสาทตาควายนั้นอยู่บนผืนแผ่นดินไทย และต้องการทวงคืนกลับมาให้ได้ ท่ามกลางคณะ คปท. กว่า 150 คน ที่นำธงชาติมาโบกสะบัด เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
ต่อมา นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวว่า วันนี้เป็นกิจกรรมแสดงเชิงสัญลักษณ์ครั้งแรก เพื่อประกาศยืนยันว่าคนไทยพร้อมที่จะสนับสนุนและพร้อมที่จะทวงคืนประสาทตาควายจากกัมพูชา ยินดีเป็นแนวหลังและเป็นแนวร่วมในการให้ทหาร ปฏิบัติการยึดคืน ทั้งปราสาทตาควาย ปราสาทคนา หรือแม้กระทั่งพื้นที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วซึ่งวันนี้เป็นกิจกรรมแรกในการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งตั้งใจว่าจะไปให้ถึงบริเวณปราสาทตาควาย แต่เนื่องจากมีสถานการณ์ตึงเครียดในหลายพื้นที่ และทางเจ้าหน้าที่ทหารก็ออกมาเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย ดังนั้นจึงมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ทหาร และตกลงกันว่าไปในจุดที่ปลอดภัย ในบริเวณบ้านพลวง อ.ปราสาท และจะมีตัวแทนของเจ้าหน้าที่ทหารมาประชุมร่วมกัน รวมถึงมอบสิ่งของให้กับทหาร และในวันอังคารนี้ก็จะยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาลที่กรุงเทพฯ
วันนี้ไม่ได้มากดดันรัฐบาล แต่เป็นการรวมพลังกันของคนไทย คือพลังของพี่น้องประชาชน พลังของกองทัพฝ่ายความมั่นคง และพลังของรัฐบาล ในการร่วมกันเรียกร้องกดดันให้กัมพูชาคืนผืนแผ่นดินไทย หากกัมพูชาไม่ปฏิบัติตาม ตนเองก็เห็นด้วยที่จะต้องมีใช้กำลังทางยุทธวิธีทางทหารในการทวงคืนปราสาทตาควาย กลับคืนมาให้ได้ เพราะหากยิ่งปล่อยนานไป กัมพูชาจะยิ่งได้ใจ รวมถึงกัมพูชายังเข้ามาล่วงล้ำอธิปไตยของไทย และ วางทุ่นระเบิดทุกวัน
ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้มีการประกาศหลายครั้งแม้แต่นายกอนุทิน ก็ประกาศว่าจะไม่ยอมเสียขาของทหารอีกแล้ว หากเสียขาที่ 7 ก็พร้อมที่จะดำเนินการทางยุทธวิธีทางทหาร ส่วนตัวมองว่า ณ วันนี้ กัมพูชาเองก็ไม่ยอมรับและยังกล่าวหาว่าประเทศไทยยิงประชาชนกัมพูชาด้วย รวมถึงยังกล่าวหาว่าทุ่นระเบิดที่ขาที่ 7 ขาด เป็นทุ่นระเบิดเก่า ซึ่งถือว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงและมองว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องดำเนินยุทธวิธีทางการทหาร เพื่อทวงคืนประสาทตาควาย เพราะประสาทตาควายเป็นของไทย100% วันนี้มี ฮุน ซีนาท น้องสาวของ สมเด็จฮุนเซนขึ้นไปบนปราสาทตาควาย และหยามน้ำหน้าคนไทย ซึ่งต้องอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ที่ปราสาทตาเมือนธม วันที่ 13 กัมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ภรรยาของนายทหารกัมพูชาขึ้นมาร้องเพลงชาติที่ปราสาทตาเมืองธมหลังจากนั้นก็มีการปะทะด้วยอาวุธ ครั้งนี้ก็เหมือนกันแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาเล่นลูกไม้เดิมๆ ที่จะประกาศเชิงสัญลักษณ์ ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและกองทัพต้องดำเนินการทางยุทธวิธีในการทวงคืนแผ่นดินไทยให้ได้
ส่วนการเจรจาหรือการเซ็นตกลงสันติภาพ ใดๆก็ตามแต่ ไม่มีประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นเพราะกัมพูชาไม่เคยปฏิบัติตามข้อตกลง หากจะมีการเจรจาสันติภาพครั้งต่อไป กัมพูชาต้องเข้ามาเจรจาในประเทศไทย ไทยต้องเป็นเจ้าภาพ และต้องไม่มีประเทศที่3 มาเกี่ยวข้อง
Advertisement