วันที่ 29 ส.ค. 68 ที่จ.บุรีรัมย์ พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนตามแนวชายแดน ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค.68 ที่ผ่านมา ต่างสนใจติดตามข่าวและเฝ้าลุ้น กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สนทนากับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
ซึ่งชาวบ้านตามแนวชายแดนส่วนใหญ่ บอกว่า ไม่อยากให้ น.ส.แพทองธารกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออีก เพราะมองว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การสู้รบกัน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนต้องอพยพทิ้งบ้านเรือน เกิดจากการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพของ น.ส.แพทองธาร
โดยเฉพาะคลิปเสียงการสนทนา กับ ฮุน เซน ยิ่งทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นใจตัว น.ส.แพทองธาร และหากเป็นไปได้ก็อยากได้นายกรัฐมนตรี ที่พร้อมจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และจริงใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
นางจิราวรรณ อายุ 51 ปี ชาวบ้านอำเภอบ้านกรวด บอกว่า ไม่อยากให้ น.ส.แพทองธาร กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก เพราะไม่ไว้วางใจทั้งตัว น.ส.แพทองธาร และตระกูลชินวัตร เพราะไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ ไม่ได้รักประชาชนอย่างจริงใจ
ส่วนคลิปเสียงบทสนทนากับ ฮุน เซน ก็ไม่เชื่อว่าพูดเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ฟังเนื้อหาแล้วไม่ได้พูดเพื่อประโยชน์ของชาติตัวเอง แต่เหมือนเข้าข้างเขมรมากกว่า และมองว่าคลิปเสียงดังกล่าวที่ทำให้เกิดปัญหาบานปลายจนเกิดการสู้รบกันทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อนทุกวันนี้ก็ยังใช้ชีวิตไม่เป็นปกติ ยังหวาดระแวง เพราะช่วงที่เกิดการปะทะกันมีระเบิดลงในหมู่บ้านถึง 20 ลูก มีประชาชนบาดเจ็บ สัตว์เลี้ยงตาย และบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นยังสร้างความเจ็บปวดและฝังอยู่ในความรู้สึกของประชาชน ทุกวันนี้ก็ยังนอนไม่ค่อยจะหลับ ไม่รู้จะสู้รบกันอีกตอนไหน หากเป็นไปได้ก็อยากจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เป็นคนที่ซื่อสัตย์ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และจริงใจกับประชาชนอย่างแท้จริง
Advertisement