
เป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีดรามาที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิองค์กรทำดีของ “บุ๋ม ปนัดดา” รวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ล่าสุด “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ได้ออกมาเปิดใจกับทีมข่าว APOP Today ทางอมรินทร์ทีวี 34 หลัง “แบมบี้ สิรินโสพิศ” MISS UNIVERSE RANONG 2025 สาวที่ถูกอ้างเป็นมือที่สาม ซึ่งเคยประกวดนางงามเวทีตน ได้โทรสายตรงมาปรึกษา พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นเงินบริจาคและเตือนสติสังคมในการรับฟังข้อมูล
โดย “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตนเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับมูลนิธิมาหลายครั้ง จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการบริจาคเงิน ไม่หลงเชื่อเพียงภาพลักษณ์ หรือการนำเสนอว่าตนเองเป็นคนดี แม้สังคมไทยจะเป็นสังคมที่มีน้ำใจและพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจกลายเป็นช่องทางให้บางคนใช้แสวงหาผลประโยชน์ได้
ทั้งนี้ "ณวัฒน์" เผยว่าไม่ได้ตัดสินว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่ต้องการให้ประชาชนตระหนักถึงการตรวจสอบก่อนบริจาค พร้อมมองว่าปัญหาสังคมหลายเรื่องเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการแก้ไขอย่างเป็นระบบ หากการช่วยเหลือไม่เพียงพอ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และประชาชนควรร่วมกันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ มากกว่าปล่อยให้การเปิดรับบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเป็นทางออกเพียงอย่างเดียว
สำหรับกรณีของ “แบมบี้ สิรินโสพิศ” ซึ่งเคยร่วมประกวดเวทีของตน "ณวัฒน์" เผยว่าได้พูดคุยกับอีกฝ่ายแล้ว หลัง "แบมบี้" โทรศัพท์มาปรึกษาเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยยอมรับว่า อีกฝ่ายมีความเครียดจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เลยทำให้หายหน้าหายตาไป ทั้งนี้ตนพยายามให้กำลังใจพร้อมแนะนำให้พูดตามข้อเท็จจริง หากเรื่องใดเป็นความจริงก็ต้องยอมรับ ส่วนเรื่องใดไม่จริงก็ควรมีหลักฐานมาชี้แจง ตนเองได้รับฟังข้อมูลจาก “แบมบี้” แล้ว แต่ไม่ขอนำรายละเอียดที่พูดคุยกันมาเปิดเผยหรือสรุปแทนเจ้าตัว โดยอยากให้สังคมรอฟังคำชี้แจงจาก “แบมบี้” ด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าอีกฝ่ายกำลังรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพื่อออกมาพูด ไม่น่าจะเกินภายใน 1 สัปดาห์นี้
ส่วนประเด็นที่คนตั้งคำถามว่าเรื่องนี้จะพลิกผันหรือไม่ "ณวัฒน์" มองว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การชี้แจงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัว เพราะส่งผลกระทบต่อบุคคลโดยตรง ขณะที่เรื่องเงินและมูลนิธิเป็นอีกส่วนที่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และสุดท้ายหลักฐานจะเป็นสิ่งที่ช่วยคลี่คลายข้อสงสัยได้”
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงการแถลงของ “บุ๋ม ปนัดดา” ล่าสุด ณวัฒน์ ยอมรับว่า หากเหตุการณ์เป็นไปตามที่บุ๋มกล่าวจริง ก็รู้สึกเห็นใจอย่างมาก แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่คือ “หลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้” ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อความสนทนา หรือหลักฐานดิจิทัลอื่น ๆ ไม่ควรใช้กระแสดรามาหรือคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใคร เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายและยืดเยื้อโดยหาข้อสรุปไม่ได้ ซึ่งรวมถึงฝ่ายแบมบี้เองก็ควรมีหลักฐานรองรับคำพูดเช่นกัน
อีกหนึ่งประเด็นที่แสดงความเป็นห่วง คือการพาดพิงถึง เด็กอายุ 17 ปี ในกระแสข่าว ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก หากกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและชีวิตของเด็ก รวมถึงครอบครัว จึงฝากเตือน “บุ๋ม ปนัดดา” ให้ระมัดระวังในการสื่อสาร และหากมีหลักฐานเกี่ยวข้องก็ควรชี้แจงให้ชัดเจน โดยย้ำว่าทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องเด็ก
ส่วนประเด็นการเงินและเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ "ณวัฒน์" เสนอแนะว่า ควรส่งต่อให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลัง โดยเฉพาะการนำรายการเดินบัญชี (Statement) มาแสดงรายละเอียดเงินเข้า-ออกอย่างชัดเจน เพื่อลดข้อสงสัยและป้องกันการตีความจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน พร้อมทิ้งท้ายขอให้ประชาชนติดตามข่าวอย่างมีสติ และอย่าด่วนพิพากษาใครก่อนที่ความจริงและหลักฐานจะปรากฏ
Advertisement