
"เปิ้ล นาคร" เปิดใจทั้งช็อกและคาดไม่ถึงปมปัญหาครอบครัว “บุ๋ม ปนัดดา” เผยสนิทกว่า 20 ปี ภายนอกเห็นลุยงานช่วยเหลือสังคมด้วยรอยยิ้มแต่เบื้องหลังกลับต้องแบกรับความทุกข์ใจ มองมุมสามี "ก๊อต อธิป" น่าจะยังช็อกและรอจังหวะเคลียร์ใจ พร้อมแชร์หลักการบริหารมูลนิธิจากประสบการณ์จิตอาสากว่า 15 ปี เน้นโปร่งใส 100% ต้องจดทะเบียนถูกต้อง ตรวจสอบได้ และแยกเงินส่วนตัวกับเงินบริจาคชัดเจน
ทีมข่าว APOP Today ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “เปิ้ล นาคร” โดยทางเจ้าตัวเผยว่าตนมีความสนิทสนมและรู้จักกับ “บุ๋ม ปนัดดา” มานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่สมัยที่ “บุ๋ม” เริ่มเข้าวงการและได้รับตำแหน่งนางสาวไทยใหม่ ๆ ซึ่งในตอนนั้นอีกฝ่ายเป็นคนฮอตมากและเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ด้วยความที่เป็นคนเก่งและลุยงานหนักมาโดยตลอด ทำให้ตนเคยคิดไว้เสมอว่าผู้หญิงระดับนี้จะต้องได้สามีหรือคนข้างกายที่ดีและคอยซัพพอร์ตกันได้เป็นอย่างดี
สำหรับข่าวที่เกิดขึ้นยอมรับตามตรงว่ารู้สึกช็อกและคาดไม่ถึงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเวลาเห็นภาพครอบครัวของ “บุ๋ม ปนัดดา” จะดูอบอุ่นและมีความสุขน่ารักมาก ๆ จนกระทั่งมาทราบความจริงพร้อม ๆ กับทุกคนทั่วประเทศ แม้ว่าเบื้องหลังบุ๋มจะออกไปลุยงานช่วยเหลือสังคม เช่น การลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมด้วยรอยยิ้มและความเข้มแข็ง แต่ลึก ๆ แล้วกลับต้องแบกรับความทุกข์ใจเอาไว้
เมื่อพูดถึงมุมมองฝั่งสามีอย่าง “ก๊อต อธิป“ ไม่ยอมมาหย่า “เปิ้ล นาคร” แสดงความคิดเห็นว่า ในมุมของฝ่ายชายน่าจะยังมีความตกใจและช็อกอยู่ไม่น้อยกับการที่จู่ ๆ ภรรยาบอกเลิกโดยที่ยังไม่ได้เคลียร์กันอย่างจริงจัง เจ้าตัวคาดการณ์ว่าฝ่ายชายน่าจะยังไม่อยากหย่า แต่อาจจะกำลังรอจังหวะและเวลาในการเคลียร์ใจ หรือรอให้กระแสข่าวซาลงเพื่อกลับมาพูดคุยปรับความเข้าใจกันในฐานะพ่อและแม่ของลูก
ทั้งนี้ “เปิ้ล นาคร” ยกตัวอย่างตนเองถึงหลักการครองเรือนในฐานะสามีว่า “จูน กษมา” ภรรยา คอยเตือนสติเสมอว่าอยากทำอะไรให้ทำเลย แต่มีข้อเดียวคือ “ต้องไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย” เหตุเพราะชื่อเสียงของตนถูกสร้างและสะสมในวงการบันเทิงมานานกว่า 40 ปี จึงต้องรักษาไว้อย่างดีที่สุด เมื่อถึงเวลาที่จะก้าวเข้ามาทำมูลนิธิช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นทางการ หลังจากทำงานจิตอาสามานานกว่า 15 ปี จูนจึงเน้นย้ำให้ทำมูลนิธิที่สะอาด บริสุทธิ์ และโปร่งใส 100% แบบไม่มีข้อสงสัยหรือเรื่องให้ต้อง “เอ๊ะ”
พร้อมอธิบายขั้นตอนการจัดตั้งรวมถึงการบริหารมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
1. การจดทะเบียน ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับกระทรวงมหาดไทย
2. เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ต้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีกับกรมสรรพากรให้เรียบร้อย
3. ข้อตกลงและปลายทางของทรัพย์สิน ต้องระบุในข้อตกลงก่อตั้งให้ชัดเจนว่า หากเลิกมูลนิธิ ทรัพย์สินทั้งหมดจะมอบให้ใคร ซึ่งของตนได้ระบุยกให้กับ สภากาชาดไทย
4. การขอรับบริจาค การเปิดรับเงินบริจาคต้องขออนุญาตอย่างถูกต้องจากกระทรวงมหาดไทย มีเอกสารและเปเปอร์รองรับครบถ้วน
5. ระบบบัญชีและการตรวจสอบ มีทีมทนายความและทีมบัญชีคอยลงรายละเอียดตรวจเช็กทุกบาททุกสตางค์ นอกจากนี้ ยังมีการโปร่งใสถึงขั้นเปิดสมุดบัญชีให้ประชาชนเห็นรายละเอียดค่าใช้จ่ายรายเดือน รวมถึงหากมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมูลนิธิ เช่น ค่าอาหาร ค่าค่าน้ำ หรือค่าเลี้ยงดูพนักงาน ทางครอบครัวตนก็นำเงินส่วนตัวโอนเข้าซัพพอร์ตเองทั้งหมด
สำหรับกรณีที่ “ออยศรี” ออกมาตั้งคำถามถึงการบริหารงานของมูลนิธิองค์กรทำดี ของ “บุ๋ม ปนัดดา” นั้น “เปิ้ล นาคร” มองว่าถือเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของประชาชน ในฐานะประชาชน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตั้งข้อสงสัยและสอบถามได้ ขณะเดียวกัน ฝั่งมูลนิธิเองก็มีหน้าที่และสิทธิ์ที่จะนำหลักฐาน เอกสาร บัญชีเงินบริจาค หรือรายละเอียดการใช้จ่ายออกมากางและอธิบายเพื่อแสดงความโปร่งใส
“เปิ้ล นาคร” ทิ้งท้ายส่งกำลังใจให้ “บุ๋ม ปนัดดา” เดินหน้าสู้ต่อเรื่องครอบครัว และตนเชื่อมั่นว่าหากทำด้วยความตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ ความจริงก็จะปกป้องตัวผู้ทำไม่ว่าเราจะทำอะไรมีข้างบนฟ้าที่รู้
Advertisement