
จากกรณี ดรามาเรื่องเงินบริจาคของ มูลนิธิองค์กรทำดี ที่มีทั้งบัญชีมูลนิธิฯ และบัญชีส่วนบุคคล จน บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดง พิธีกร และนางงาม ในฐานะประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ต้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่มาที่ไป และยืนยันในความโปร่งใสนั้น
ล่าสุด “สรปุก” น้องคนสนิท “บุ๋ม ปนัดดา” อินฟลูเอนเซอร์ และเจ้าของเฟซบุ๊กเพจดัง “Pook Sukonta Berthebaud” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านไลฟ์ว่า อยากขอโทษทุกคนที่ออกตัวแรง เพราะรู้สึกว่าเพื่อนเรากำลังอยู่ในมรสุมชีวิตที่มันแย่มากๆ เรารู้สึกว่าในฐานะของเพื่อนคนนึงก็เลยอยากทุกคนให้รอฟังเขาแถลงก่อน จากที่รับฟังเขามาตลอดหลายเดือน มันเต็มไปด้วยความเครียด และความไม่สบายใจ ซึ่งอาจจะเป็นการฟังความข้างเดียว ในส่วนของเพื่อนเราจริงเลยชี้แจงไปว่าอยากให้เราฟังก่อน เพราะเรามองว่าเพื่อนเราเป็นเหยื่อที่ถูกความสัมพันธ์ที่ค่อนข้าง Toxic และเต็มไปด้วยเรื่องเงิน แต่ปัญหาของคำว่าไม่รู้ ก็ไม่เคยคิดว่าสุดท้ายคนที่ไม่รู้ก็คือตนเอง
ในช่วงสองปีกว่า ตนไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แต่คอยช่วยประสานงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ทำให้ช็อกคือเราไม่รู้เลยว่ามีการโอนเงินไปหาใคร ซึ่งเราก็ไม่รู้จัก เหมือนโลกสลายไปเลย เราก็คุยกันทุกวัน ทำไมไม่บอกอะไรเราเลย
ตนไม่ได้ชอบทำมูลนิธิ แค่อยากช่วยเพื่อนในการไปช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความที่อยู่หน้างานตลอด เป็นคนประสานส่งข้อมูลต่างๆ ช่วยดูเรื่องข้าวกล่อง ช่วยคุมเรื่องการลงพื้นที่การทำถนนต่างๆ เพราะก็พยายามขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่มีฐานะที่มีกำลัง พอเรามารู้เรื่องว่ามูลนิธิฯมีการโอนเงินไปยอดหลาย 10 ล้านบาท โดยที่เราไม่รู้อะไรเลยก็รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ขอให้คนมาช่วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราช็อก
ส่วนพี่บุ๋มพยายามชี้แจงว่าเงินตรงนี้เป็นเงินที่เขาตั้งใจเอาไปก่อสร้างมูลนิธิอะไรสักอย่าง แต่ทางโน้นเขายืนยันว่าเงินส่วนนี้มันได้ถูกถอนออกไปโดยสามีของเธอ และส่วนหนึ่งในหัวใจมันยังแอบเชื่อว่าพี่บุ๋มไม่ได้โกง หรือไปอะไรกับเขา แต่ทำไมไม่บอกเราเลย เมื่อเช้าตนเองออกตัวแรงมาก เพราะเรารักเขามากๆ เราใส่หมดแม็กเลยแต่เรากลับมารู้หลังทุกคนอีกว่ามันมียอดตรงนี้หายไป เราก็เสียใจ
ตนมารู้เรื่องเงินที่หายไป ก็ยอมรับว่าใจสลาย ตนก็อยากให้พี่เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้ามีใครที่มาโกง โดยเฉพาะเป็นเงินมูลนิธิคือการโอนเข้าไปเพื่อก่อสร้างอะไรสักอย่าง และมีการถอนบัญชีนั้นออกมาไปสู่บัญชีส่วนตัวมันผิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดเมื่อเรารับรู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง คือการแจ้งความดำเนินคดี ฟ้องร้อง ยึดทรัพย์ เพื่อนำเงินนั้นกลับมาสู่มูลนิธิฯเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ “สรปุก” กำลังไลฟ์สดอยู่นั้น บุ๋ม ปนัดดา ได้เข้ามาดูด้วย โดย “สรปุก” ได้ทักทาย บุ๋ม ปนัดดา พร้อมกับบอกว่า ยังเป็นกำลังใจให้ แต่ก็รู้สึกเสียใจที่บางเรื่องรู้หลังคนอื่นเขา อยากให้พี่บุ๋มไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าพี่ถูกโกงจริงๆ พี่ก็ไปแจ้งความ และยึดทรัพย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และเอาเงินกลับมาคืนมูลนิธิฯ เพื่อทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด และคนที่เขาบริจาคมาเขาเชื่อใจพี่ เขารักพี่ หนูก็รู้ว่าที่หนูมาช่วย เพราะหนูเห็นว่าพี่พยายามช่วยเหลือสังคมขนาดไหน หนูเห็นเช้าพี่อยู่ที่นึง เย็นพี่อยู่อีกที่นึงแล้วก็เห็นในพาร์ทนั้นที่พี่เต็มที่ แต่พี่ไปเชื่อคนผิด พี่ต้องทำให้มันถูกต้องแค่นั้น แต่หนูเสียใจว่าหนูไม่รู้อะไรเลย
ส่วนที่ บุ๋ม ปนัดดา ไลฟ์นั้นตนไม่ได้ดู แต่ตอนแค่อยากมาอธิบายในส่วนของตน และบอกทุกคนว่าเรื่องนี้เรามารู้ทีหลังจริงๆ ก็เลยค่อนข้างช็อก และพยายามพูดในมุมที่ไม่ได้กระทบกับใครมากเกินไป ส่วนใครที่อยู่ในโครงการใครล้มเราซ้ำ หรือจะเอาเราไปแขวนตามสบายเลย เราไม่มีวันฟ้องชาวเน็ตอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ได้ใส่ร้ายแบบสามปีสี่ปี สามารถวิจารณ์ได้เต็มที่ตามสิทธิ์ของประชาชน
ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณ “ออยศรี” ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ เพราะเขาก็รู้ว่าเป็นการสู้กับกระแสสังคม กลายเป็นว่าสิ่งที่เขาออกมาเปิดเผยมันก็มีมูล ตนก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาแต่แรกแล้วก็เข้าใจว่าการทำมูลนิธิฯต้องถูกตรวจสอบ เพื่อความถูกต้อง
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างตนกับ บุ๋ม ปนัดดา นั้นก็ยังรักกันเหมือนเดิม แต่อาจจะแค่ผิดหวังเฉยๆ แต่ก็เข้าใจว่าเขาโดนมรสุมหลายเรื่อง การเรียบเรียงคำพูดในช่วงที่สภาวะจิตใจไม่โอเคก็อาจจะตกหล่นไป แค่อยากให้เขาบอกเราเร็วกว่าคนอื่นเท่านั้น ในฐานะของเพื่อน
อย่างไรก็ตามการโอนเงินจำนวนมาก ประธานมูลนิธิฯจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ บุ๋ม ปนัดดา ต้องมาอธิบาย
Advertisement