
เมื่อเวลา 05.00 น.( 29 ต.ค 69 ) สถานการณ์ความตรึงเครียดที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา ยังคงตรึงเครียดมากในรอบหนึ่งเดือน โดยช่วงเช้ามืดวันที่ผ่านมา กองทัพทหารเมียนมาซึ่งสนธิกำลังจากหลายกองพันทหารราบนำกำลังบุกเข้าประชิดปิดล้อมรอบหมู่บ้านมินละป่าน อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามฝั่งประเทศไทย หมู่บ้านห้วยมหาวงศ์ ม.9 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก และจุดยิงปะทะอยู่ติดกับแนวแม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนไทย-เมียนมา ซึ่งการยิงปะทะในรอบหนักที่สุดในรอบนี้ ทหารเมียนมาเปิดฉากใช้อาวุธหนักระดมยิงถล่มเข้าใจกลางหมู่บ้านที่ฝ่ายต่อต้านยึดครองมานานหลายปี จนเกิดการยิงปะทะทั้งอาวุธหนักและปืนสงครามนานาชนิดแบบระยะประชิดเสียงปืนดังสนั่นทั้งสองประเทศ ขณะที่บนท้องฟ้าก็มีโดรนติดลูกระเบิดของทหารทั้งสองฝ่ายบินเข้าโจมตีทางอากาศตอบโต้กันไปมานานหลายชั่วโมง
ขณะที่การสู้รบทวีความรุนแรงมากขึ้นมีรายงานมีลูกระเบิดจากเครื่องยิงอาวุธหนักลอยข้ามมาตกในหมู่บ้านบ้านแม่โกนเกนและบ้านมหาวันจำนวนหลายลูกและบางลูกตกลงพื้นที่แนวชายแดนแต่พบว่ามีลูกระเบิด 1 ลูก ซึ่งคาดว่าเป็นลูกระเบิดขนาด 60 มม.ไม่ทราบฝ่ายยิงตกลงบ้านเรือนประชาชนส่งผลทำให้นาง ลำยง นาละ อายุ 55 ปี ซึ่งขณะนี้หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวได้รับบาดเจ็บ ถูกช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สอด ซึ่งสิ้นเสียงระเบิดหลายลูกที่ตกลงฝั่งไทยก็ส่งผลทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างต้องรีบอพยพหาพื้นที่หลบภัยสงครามอย่างโกลาหล
ล่าสุดการยิงปะทะระหว่างทหารเมียนมากับทหารฝ่ายต่อต้าน ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่องและคาดว่าตลอดทั้งวันนี้สถานการณ์จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกองทัพทหารเมียนมาต้องการเข้ายึดพื้นที่คืนจากทหารฝ่ายต่อต้านเพื่อต้องการเคลียร์เส้นทางตลอดแนวชายแดนจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา และคาดว่าจะมีการถล่มทางอากาศและทางบกร่วมกันตลอดทั้งวันนี้ ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ ทหาร ฉก.ราชมนู ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดน 346 และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้ร่วมกันตรึงกำลังรักษาอธิปไตยฝั่งไทยตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว
Advertisement