
วันที่ 23 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ชายแดนไทย-เมียนมาด้านจังหวัดตากว่า การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอภายใต้กองทัพสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติ (เคเอ็นยู) ไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ แม้ระยะเวลาจากการสู้รบผ่านมากว่า 1 ปี ข้ามฤดูกาลไป 2 ฤดูแล้ว
โดยกำลังเข้าสู่สภาพอากาศจะหนาวเย็น ทหารเมียนมาไม่ละความอดทนที่พยายามจะชิงหมู่บ้านมินลาปาน บ้านผาลูใหญ่ บ้านผาลูน้อย อ.เมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ บ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก เสียงปืนใหญ่ดังปะทุมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิดใส่กัน และเครื่องบินทิ้งระเบิดขับไล่ฝ่ายฝ่ายกะเหรี่ยง และปะทะกันด้วยอาวุธปืนเล็กจนเสียงดังก้องแม่น้ำเมย ตลอดเริ่มเข้มข้นขึ้นทุก แต่ราษฎรไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนต้องเดือดร้อนมาเป็นแรมปี
ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา การสู้รบทั้ง 2 ฝ่ายเกิดขึ้น มีกระสุนปืนค.60 ล้ำแดนเข้ามาตกในเขตไทยหมู่ที่ 9 ทำให้บ้านเรือนราษฎรไทยเสียหาย 2 หลังคา สภาพบ้านเรือนกระจายไปด้วยชิ้นส่วนระเบิดของกระสุนปืนค. หลังคาสังกะสีหักพัง ตัวบ้านมีร่องรอย รูกระสุนปืน ระหว่างเกิดเหตุ เจ้าของบ้านที่เสียหาย และชาวบ้านในละแวกต่างทิ้งบ้านหนีตาย ซึ่งการสู้รบกันครั้งนี้ ส่อถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์อย่างไม่ระมัดระวัง จนทำให้บ้านเรือนประชาชนไทยได้รับความเสียหาย
ด้าน พ.อ.จิรภัทร หอมสะอาด ผบ.ฉก.ราชมนู อ.แม่สอด พร้อมด้วยฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลทหาร ในพื้นที่ อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน และรับทราบการปฏิบัติภารกิจของหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ โดยได้เดินทางตรวจเยี่ยมรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติภารกิจ
ทั้งนี้ ผบ.ฉก.ราชมนู ได้เน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติให้กำลังพลเพิ่มความระมัดระวัง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
Advertisement