
ทำเอาหลายคนอยากรู้เคล็ดลับหลังจากที่ “ลิลลี่ เหงียน” ได้ออกมาเปิดใจถึงรูปร่างที่ดูซูบผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัด พร้อมเผยถึงมรสุมชีวิตในปัจจุบัน ทั้งเรื่องงานแสดง รายได้ที่เข้าขั้นติดลบ รวมถึงความรู้สึกที่มีต่ออดีตคู่กรณีอย่าง “ปู มัณฑณา”
“ลิลลี่ เหงียน” เปิดเผยถึงรูปร่างที่เปลี่ยนไปจนดูสวยและผอมลงว่า เป็นเพราะผู้กำกับสั่งให้ลดน้ำหนักเพื่อความสมบทบาทในการแสดงภาพยนตร์ ซึ่งโจทย์จริง ๆ คือต้องลดให้ดูซูบโซมจนเนื้อติดกระดูก แต่ตนเองทำได้เพียงเท่านี้ โดยน้ำหนักลดลงไปประมาณ 7-8 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น และตั้งใจว่าหลังจากนี้จะเริ่มกลับมาทานอาหารตามปกติเพราะรู้สึกว่าหุ่นซูบเกินไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าที่ผอมลงเป็นเพราะไม่มีเงินแล้วหรือเปล่า เจ้าตัวยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ทุกวันนี้แทบไม่ได้กินอะไรเลยเพราะไม่มีเงินด้วยส่วนหนึ่ง” บางวันไม่ได้กินจนเกิดความเครียดสะสมเวลาถ่ายภาพยนตร์ และได้นำอารมณ์หงุดหงิดนั้นไปใช้ในฉากที่ต้องด่าลูกตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นอินเนอร์ของความโกรธและความ “โมโหหิว” จริง ๆ
โดย “ลิลลี่ เหงียน” ยอมรับว่าดาราหาเงินยากมาก จนคิดถึงคำพูดของพี่ที่เคยเตือนว่าไม่ควรเลิกกับสามีรวยเพื่อมาเป็นดารา ซึ่งวันนี้ตนเองเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว ปัจจุบันรายได้แทบจะเป็นศูนย์และติดลบ หากตอนนี้ยังขายคอนโดไม่ได้สถานการณ์ก็คงจะแย่กว่าเดิม
นอกจากนี้ “ลิลลี่ เหงียน” ยังได้เล่าถึงประเด็นที่มีผู้ชายคนหนึ่งที่รู้จักกันมา 1 ปี แต่เคยเจอหน้ากันเพียงครั้งเดียว ทักมานัดเจอเพื่อขอรับทานอาหารด้วย ตนจึงใช้มารยาหญิงตอบกลับไปว่า “ถ้าจะเจอต้องให้เงิน 1 แสนบาท” ซึ่งล่าสุดตนเพิ่งโทรศัพท์ไปหาเขาแต่อีกฝ่ายไม่รับสายและเงียบหายไป จึงยังปิดดีลนี้ไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าตนเองไม่ใช่ดาราสายแอป แต่ที่ทำไปเพราะอยากได้เงินมาใช้หาเลี้ยงชีพและประทังชีวิตในยามลำบาก
พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังยอมรับว่าได้แอบโทรศัพท์ไปหา “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องการไลฟ์สดขายของเพื่อหาทางรอดให้กับชีวิต แต่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ขอไปออกรายการ โหนกระแส อีกแล้ว เพราะไม่มีเรื่องอะไรให้ไปพูดหรือเคลียร์อีก
เมื่อถามถึงประเด็นข่าวของอดีตคู่กรณีอย่าง “ปู มัณฑณา” เจ้าตัวเปิดเผยว่า ตนเองยังคงติดตามข่าวอยู่ตลอด และยังชื่นชมในความเก่ง ความขยัน ความมั่นคง การต่อสู้ และความเด็ดเดี่ยวของพี่เขาเสมอ พร้อมส่งกำลังใจให้และมองว่าไม่ควรมีใครไปซ้ำเติมในวันที่เขาแย่ เพราะไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ตนถึงขั้นเคยอธิษฐานจิตขอให้ “พี่ปู" ยอมใจอ่อน ค่อย ๆ คุยกัน และขอให้คิดถึงแฟน ๆ
เมื่อถูกจี้ถามว่าหลังจากนั้นได้ทักไปให้กำลังใจส่วนตัวบ้างไหม เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้มีการทักไปคุยส่วนตัวอะไรอีกเลย ตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีก ตนไม่ได้กลัวที่จะทักไป แต่แค่ไม่อยากพูดกลับไปกลับมา อยากใช้ชีวิตให้มีความสุข และไม่อยากแบกรับอะไรอีกแล้วในตอนนี้
Advertisement