
กลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้าข้อพิพาทภายในครอบครัวของนักอนุรักษ์ชายฝั่งชื่อดัง "ทราย สก๊อต" หรือ ทราย-สมุทร โดยในวันนี้ (10 มิถุนายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ศาลแพ่งพระโขนง มีกำหนดการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยในคดีที่ถูกขนานนามในกระแสสังคมว่า "คดีลูกเนรคุณ"
สำหรับคดีดังกล่าว มีชนวนเหตุมาจากปมปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก รวมถึงประเด็นทรัพย์สินภายในตู้เซฟที่สูญหายไป โดยมีฝ่ายมารดาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง และมีพี่ชายของทราย สก๊อต ร่วมเป็นพยานสำคัญในฝั่งของโจทก์
ล่าสุด มีรายงานว่า ฝ่ายจำเลยอย่าง "ทราย สก๊อต" ได้ทำการลงนามในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อส่งผู้แทนเข้าร่วมกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยแทนตนเอง โดยเปิดรายชื่อทีมตัวแทนจำนวน 3 ราย ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและดีกรีไม่ธรรมดา ได้แก่:
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงเวลานัดหมายเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางฝั่งคุณแม่และพี่ชาย "ทราย สก๊อต" ได้เปิดใจสั้น ๆ ต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า "มันไม่มีคำบรรยายนอกจากขอบคุณ"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมในการเข้ารับการพิจารณาคดี นายทรายตอบว่า “ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม” ส่วนเมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ เจ้าตัวกล่าวเพียงว่า “ขอเข้าไปดูก่อน แล้วจะลงมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง” สำหรับประเด็นทรัพย์สินที่สูญหายไปจากตู้เซฟ นายทรายระบุว่า “เดี๋ยวจะมาเล่ารายละเอียดให้ฟัง”
นอกจากนี้ นายทรายยังกล่าวขอบคุณแฟนคลับที่เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมเผยว่าไม่มีคำพูดใดจะอธิบายความรู้สึกได้ดีไปกว่าคำว่า “ขอบคุณ” ก่อนเดินทางเข้าไปดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยตลอดเส้นทางยังคงมีแฟนคลับเข้ามามอบดอกไม้และให้กำลังใจ
นาย "ปานเทพ" กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเดินทางมาศาลในวันนี้คือการเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยตามขั้นตอนของศาล โดยฝ่ายจำเลยได้มอบอำนาจให้คณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจาตามคำแนะนำของศาล โดยตนได้รับมอบหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจลำดับที่ 1 ร่วมกับ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” และอาจารย์สมศักดิ์ โพธิ์คง ทำหน้าที่เป็นคณะเจรจาในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเจรจาจะขึ้นอยู่กับความพร้อมและเจตนารมณ์ของฝ่ายโจทก์ เนื่องจากผู้ที่จะเข้าร่วมเจรจาโดยตรงควรเป็นมารดาของนาย "ทราย" หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งต้องรอดูว่าฝ่ายโจทก์จะเข้าร่วมการเจรจาด้วยตนเองหรือไม่
ฝั่งจำเลยวันนี้นาย "ทราย" เดินทางมาด้วยตนเอง พร้อมคณะเจรจาและทีมกฎหมายครบถ้วน เราจะยังไม่ตัดสินล่วงหน้าว่าผลการเจรจาจะออกมาอย่างไร จนกว่าจะทราบว่าฝ่ายโจทก์มีความประสงค์อย่างไร เพราะเป็นผู้ยื่นฟ้องและเป็นผู้กำหนดทิศทางของการเจรจา
เมื่อถูกถามว่านาย "ทราย" มีการกำหนดเป้าหมายในการเจรจาไว้บ้างหรือไม่ นาย "ปานเทพ" ระบุว่า ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ได้จนกว่าการเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรอดูว่าฝ่ายโจทก์จะเข้าร่วมหรือไม่ ส่วนฝ่ายจำเลยนั้นมีความพร้อมในทุกสถานการณ์ และได้เตรียมแนวทางรองรับไว้ครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้
นาย "ปานเทพ" ยืนยันว่า ฝ่ายจำเลยมีความพร้อมทั้งในส่วนของการเจรจาไกล่เกลี่ยและการต่อสู้คดีหากต้องดำเนินการในชั้นศาลต่อไป โดยมีทีมกฎหมายและที่ปรึกษารวมเกือบ 20 คน ทั้งทีมของนาย "ทราย" และ บ้านพระอาทิตย์ที่เข้ามาช่วยเหลือในคดีนี้ มีการหารือและเตรียมข้อมูลในทุกมิติอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าสามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์แต่อย่างไรก็ตามหากมารดา ซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ของนาย "ทราย" ไม่มาในวันนี้อาจจะดำเนินการฟ้องร้องต่อ หรือ มอบหมายให้ทนายความฟ้องร้องต่อ
ส่วนสภาพจิตใจของนายทรายนั้น นาย "ปานเทพ" มองว่ามีความผ่อนคลายและมั่นใจ เนื่องจากได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวทางดำเนินการต่าง ๆ อย่างครบถ้วนจากทีมกฎหมายแล้ว เมื่อเห็นว่าทีมงานมีความพร้อมและมีการวางแผนรองรับทุกกรณี จึงคิดว่านาย "ทราย" มีความมั่นใจและเห็นภาพชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
นาย "ปานเทพ" ยังกล่าวถึงประเด็นทรัพย์สินมรดกว่า จากการประชุมทีมกฎหมายเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พบพยานหลักฐานบางส่วนที่ทำให้เชื่อได้ว่า คุณยายของนาย "ทราย" ได้ทำพินัยกรรมระบุให้นายทรายได้ รับทรัพย์สินเป็นเงินสดและอัญมณี ซึ่งอยู่ในตู้เซฟยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในตู้หายไปบางส่วน และนาย "ทราย" ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดตู้เซฟดังกล่าว และ เพิ่งทราบว่าได้รับพินัยกรรมจากคุณยายและมีทรัพย์สินอยู่ในตู้เซฟ ในช่วงที่เกิดการฟ้องร้องในคดีลูกเนรคุณ อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่หายไปอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ไม่ว่าใครจะเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับกรณีที่ฝ่ายโจทก์อาจไม่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยในวันนี้ นาย "ปานเทพ" กล่าวว่า ยังไม่ต้องการคาดการณ์ล่วงหน้า แต่ทีมงานได้วางแผนรองรับไว้ทุกกรณีแล้ว โดยการที่คู่กรณีไม่เข้าร่วมการเจรจาอาจตีความได้หลายแนวทาง ทั้งการประสงค์จะดำเนินคดีต่อ หรือมอบหมายให้ทนายความดำเนินการแทน ซึ่งจะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดเมื่อเข้าสู่กระบวนการในห้องไกล่เกลี่ย
นาย "ปานเทพ" ย้ำว่า ตลอดการดำเนินคดีที่ผ่านมา ทีมที่ปรึกษา ทีมกฎหมาย และตัวทรายมีความเป็นเอกภาพในการทำงาน โดยยึดความต้องการและเจตนารมณ์ของ "ทราย" เป็นหลัก มีการหารือและวางแนวทางรับมือไว้ทุกสถานการณ์แล้ว ทำให้ไม่มีความกังวลหรือแรงกดดันใด ๆ ต่อการเจรจาในวันนี้
ขณะที่ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือทนายปุ้ย เปิดเผยว่า ทีมกฎหมายได้หารือและเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนคดีแพ่งและคดีอาญาไว้แล้ว แต่ในส่วนของการไกล่เกลี่ยวันนี้ยังต้องรอดูท่าทีของฝ่ายโจทก์ว่าจะเข้าร่วมการเจรจาหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดีอาญาในอนาคตนั้นจะขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์และการตัดสินใจของทรายเป็นสำคัญ
กระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นศาลช่วงบ่ายวันนี้ จะสามารถหาข้อยุติหรือทิศทางที่ลงตัวให้กับรอยร้าวในครอบครัวตระกูลดังนี้ได้หรือไม่ หรือทีมตัวแทนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป สื่อมวลชนและสังคมยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างกระชั้นชิด
Advertisement