หนุ่มหัวร้อนทุบกระจกรถสาวจอมปาดขอโทษสังคม

หนุ่มหัวร้อนทุบกระจกรถสาวจอมปาดขอโทษสังคม

0
18 ก.พ. 63
หนุ่มหัวร้อน ทุบกระจกรถสาว เข้าพบตำรวจแล้ว ยอมรับอารมณ์ร้อน เพราะถูกขับปาดหน้า ทำให้ใบหน้าของลูกสาวกระแทกคอนโซลปากแตก และถูกบีบแตรใส่ พร้อมขอโทษและอยากให้อีกฝ่ายมาไกล่เกลี่ย

คลิปหนุ่มหัวร้อน ลงจากรถยนต์ส่วนตัว มาต่อว่าคนขับรถคู่กรณีด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ พร้อมท้าให้ลงจากรถ รวมทั้งใช้กำปั้นทุบที่กระจกด้านข้างคนขับและกระจกหน้ารถ จนเกิดรอยร้าว ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในรถต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้



โดยถ้อยคำที่หนุ่มหัวร้อน ต่อว่าคนขับรถคู่กรณี ที่ขับรถตัดหน้า จนต้องเบรกกระทันหัน ทำให้ลูกที่นั่งมาด้วยกัน-หัวทิ่มและหวิดเกิดอุบัติเหตุหมู่

คลิปดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยเห็นว่าควรฟังความจากทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายหญิงกล่าวคำขอโทษและฝ่ายชายไม่อารมณ์ฉุนเฉียวจนเกินไป ก็คงไม่เกิดภาพเช่นนี้ขึ้น อีกทั้งหลังเกิดเหตุ ฝ่ายหญิงได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางปู เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะถูกแชร์ในโลกออนไลน์



เช้าที่ผ่านมานายมาโนช ยืนยง อายุ 40 ปี ชายหัวร้อนในคลิป เดินทางไปพบกับตำรวจ สน.บางปู นายมาโนช เล่าว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา บนถนนแพรกษา พื้นที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยขณะขับรถไปพร้องกับลูกสาววัย 4 ขวบและ 2 ขวบ เพื่อไปทำธุระ จู่ๆ ก็มีรถกระบะส่งของขับออกมาจากร้านขายของเก่า ออกมาบนถนนและพยายามขับข้ามเลน เพื่อกลับรถในเลนขวา

โดยรถของตนอยู่ในเลนที่ 2 ทำให้ตนต้องชะลอรถ และตีไฟแจ้งเตือน ทำให้รถกระบะชะลอ และขับรถต่อ ก่อนที่ตนจะขับรถตรงไปต่อ จากนั้นรถกระบะได้ขับปาดหน้าเพื่อข้ามไปเลนกลับรถ ทำให้ตนเองต้องเหยียบเบรกกะทันหัน จนลูกสาวหน้าพุ่งไปชนกับคอนโซลรถทำให้ปากแตก ตอนนั้นตนเองบีบแตรเดียงดัง แต่รถกระบะกลับบีบแตรใส่ ทำให้ตนเองโมโห ตัดสินใจขับรถตามไปดักหน้ารถกระบะ และลงไปต่อว่าตามที่เป็นคลิป



ตอนนั้นตนไม่รู้เลยว่าคนบนรถเป็นผู้หญิง และด้วยความที่โมโห จึงตะโกนด่าและพยายามทุบกระจกรถ แต่ฝั่งคู่กรณีไม่ยอมลงมาคุยด้วย และไม่คิดว่าจะคู่กรณีจะถ่ายคลิปไว้ จนกระทั่งรุ่นน้องที่รู้จักนำคลิปมาให้ดู วันนี้จึงเดินทางเข้าพบตำรวจ เพื่อขอโทษคู่กรณี ที่วันนั้นต่อว่าและใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย อีกทั้งยังอยากให้คู่กรณีออกมาชี้แจง ว่าทำไมถึงตัดสินใจขับรถปาดจากเลยซ้ายมาขวา เพราะการกระทำดังกล่าวอันตรายและอาจเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น



ส่วนเรื่องคลิปที่ตนเองถูกถ่ายนั้น ยอมรับว่าตกใจ และไม่คิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องใหญ่ จึงอยากขอโทษ และให้สังคมเปิดโอกาสฟังความจากทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่จะตัดสินว่าใครถูกหรือผิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่