ทนายอั๋น พา รองผกก. แจ้งความ ปปป. ดำเนินคดี อัยการ-อดีตผู้ว่าฯ

12 มี.ค. 67

 

ทนายอั๋น พา รองผกก.แจ้งความ ปปป. ดำเนินคดี พนักงานอัยการ-อดีตผู้ว่าฯกาญจนบุรี ผิดมาตรา 157,มาตรา 200 คดีโกงชุดตำรวจ 

วันที่ 12 มี.ค. 67 ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)  นาย ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้พา พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ (สงวนนามสกุล) ตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ที่เคยปรากฎภาพว่าถูก พ.ต.อ.กราบเท้า และถูกเพื่อนโกงชุดตำรวจ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับ พนักงานอัยการ และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 200 เป็นเจ้าพนักงานกระทำการโดยมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง 

กรณีสั่งคดีโดยไม่อยู่ในรากฐานในความสมเหตุผล ในคดีที่ พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ เป็นผู้เสียหาย ที่ถูกนายทหารยศพันตรีในขณะนั้น ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหาร ฉ้อโกงค่าตัดเครื่องแบบตำรวจ มูลค่ากว่า 5,200,000 บาท เมื่อปี 2561 

โดยอ้างว่าได้รับโควตาผ้ากากี สนว.01 จากร้านแห่งหนึ่ง และระบุว่ามีกำลังการผลิตชุดเครื่องแบบตำรวจ ซึ่งเป็นแม่บ้านในค่ายทหาร สามารถตัดชุดเครื่องแบบตำรวจได้ 5,000-7,000 ชุดต่อเดือน ทำให้มีตำรวจได้รับความเดือดร้อนกว่า 5,000 คน 

ซึ่งในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวน พบพยานหลักฐานว่า ผู้ถูกกล่าวหาเข้าข่ายความผิดในหลายส่วน จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับคู่กรณีในข้อหาฉ้อโกง และร่วมกันขายของโดยหลอกลวง ไม่ตรงคุณภาพ 

แต่ต่อมาพนักงานอัยการในคดีนี้มีคำสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขัดแย้งกับพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน และไม่ได้มีคำสั่งให้ส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนกลับไปสอบสวนเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งหลังมีคำสั่งคดี ก็ส่งให้อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พิจารณาคำสั่งฟ้อง ซื่งทางอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องด้วยเช่นกัน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญามีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดถึงต้องพิจารณาคำสั่งฟ้องของพนักงานอัยการด้วย ซึ่ง พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ เห็นว่าเป็นการสั่งคดีที่ผิดปกติ จึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 2 คน 

มีรายงานว่าพนักงานอัยการที่ พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ มาแจ้งความดำเนินคดีนั้น ปัจจุบันเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่ง พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดหลายเดือนแล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบการสั่งคดีของพนักงานอัยการคนดังกล่าวแต่อย่างใด 

สำหรับกรณีนี้ ทางกองทัพบกได้เข้ามาช่วยเหลือไกล่เกลี่ยจนได้ข้อตกลงว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะคืนเงินให้จำนวน 3,500,000 บาท ซึ่งต่อมาทางกองทัพบกให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้นมาจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังติดค้างกันอีก 1,500,000 บาท จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินครบจำนวน

advertisement

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส