close sticky

หนุ่มพิการถูกจับบุหรี่เถื่อน แฉคนลวงขาย 3 รอบ รัฐปัดล่อซื้อแต่ลูกค้าโวยเจ็บคอ (คลิป)

0
11 พ.ย. 64

กรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่อุดรธานี บุกจับบุหรี่จากร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ภายในซอยสุขใจพัฒนา ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี พบบุหรี่ปลอม จำนวน 223 ซอง ซึ่งมีนางประนอม เพ็งพันธ์ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของร้าน และในขณะจับกุมมีนายสุริยา เพ็งพันธ์ หรือ อีท อายุ 52 ปี เป็นผู้พิการทางสมอง ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ พิการครึ่งซีกฝั่งขวา ใช้ไม้เท้าสำหรับประทังชีวิต และตามเอกสารการเสียภาษีสรรพสามิต เป็นชื่อของนายสุริยา ทำให้ถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีด้วย


874404


ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ร้านชำจุดเกิดเหตุ เป็นร้านใจกลางชุมชม พบว่าลูกค้ายังคงเดินทางมาใช้บริการชื้อของในร้านตามปกติ ไม่ได้มีความกังวลใด ๆ ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่ นายนันทสิทธิ์ เพ็งพันธ์ อายุ 47 ปี ลูกชายคนเล็กของบ้าน ได้มาเปิดร้านขายของแม่และพี่ชาย หลังจากนายสุริยา ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 50,000 บาท กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี


632969


นายสุริยา ลูกชายของเจ้าของร้าน หลังจากได้รับการประกันตัว ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันดังกล่าวตนนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์คิดเงิน ก็มีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้ามาขอตรวจค้นเกี่ยวกับการเสียภาษีของร้าน โดยในเอกสารปี 64 ชื่อของตนเป็นผู้ชำระภาษีของร้านแทนแม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรงเข้าไปที่ตู้เก็บบุหรี่ ตรวจค้นและยึดเอาบุหรี่มากกว่า 200 ซองมากองตรงหน้า บอกว่าเป็นบุหรี่ผิดกฎหมาย


210185


แต่ในวันที่รับบุหรี่ชุดดังกล่าวเข้ามาเอาไว้ในร้าน เป็นน้องชายคนสุดท้องรับเอาบุหรี่มาจากคนส่ง ตนจึงไม่รู้ว่ามีการตรวจสอบเกี่ยวกับอากรแสตมป์ หรือมีการพูดคุยอะไรกับคนส่งบุหรี่หรือไม่ ซึ่งในวันที่ตำรวจเข้ามาค้นตนอยู่ที่ร้านพอดี ประกอบกับมีชื่อปรากฏในเอกสารเสียภาษีปี 64 ตนจึงถูกควบคุมตัวดำเนินคดี และยอมรับผิดแทนแม่ซึ่งเป็นเจ้าของร้านชำ 


173239


"ทีแรกนะ เจ้าหน้าที่ได้นำบุหรี่ของกลางมากองเอาไว้ตรงหน้า มีการนับจำนวน และเปรียบเทียบปรับ 15 เท่าของมูลค่า เรียกเก็บผมเป็นเงินทันที 160,000 บาท ทางครอบครัวยอมรับว่าไม่สามารถที่จะจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้ เพราะกว่าจะหาเงิน 160,000 บาทจนครบ ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานมาก จึงจำเป็นต้องยอมถูกแจ้งข้อกล่าวหา" นายสุริยา กล่าว 


อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกดีใจที่คนในครอบครัว รวมถึงแม่พยามหาหลักทรัพย์เพื่อที่จะไม่ให้ตนต้องมาติดคุก แต่ในมุมหนึ่งตนก็รู้สึกสงสารแม่ที่จะต้องมาดิ้นรนอะไรกับเรื่องแบบนี้ ทั้งที่ครอบครัวของตนก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะนำของผิดกฎหมายเข้ามาขายในร้านชำ 


387352


นายเพชร จิตรมิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่อุดรธานี กล่าวชี้แจงว่า การจับกุมดังกล่าว เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่า ได้ไปซื้อบุหรี่ที่ร้านดังกล่าวแล้วมีอาการเจ็บคอ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปซื้อบุหรี่ที่ร้านมา 1 ซอง แล้วมาตรวจสอบพบว่ามีการปลอมแปลงอากรแสตมป์ที่ซองบุหรี่ และมีตัวเลขที่อากรแสตมป์ซ้ำกันหลายซอง ก่อนที่จะเดินทางไปจับกุมพร้อมของกลางบุหรี่ปลอม จำนวน 232 ซอง


360709


เมื่อนำบุหรี่มาดูลักษณะของอาการแสตมป์ ตัวเลขจะไม่คมชัด ส่วนโทษตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 204 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5-15 เท่าของค่าภาษี คิดเป็นเงินสูงสุดค่าปรับ 146,000 บาท ซึ่งที่ว่ามีโทษปรับ 50 หรือค่าปรับ 160,000 บาทนั้นอาจจะได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน ซึ่งได้มีการพูดคุยกับครอบครัวของร้านชำแล้ว และจะแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาว่าขอปรับต่ำสุดเพียง 5 เท่า ก็จะเหลือ 48,000 บาท 


565931


“ส่วนเรื่องชายที่ขับรถเก๋ง นำบุหรี่ปลอมมาขายให้ร้านขายของชำ ขอยืนยันว่าไม่ใช่คนของเราหรือส่งสายไปขายให้ก่อน แล้วเจ้าหน้าที่วางแผนจับกุม เราทำงานด้วยความโปร่งใส ที่ผ่านมาได้จับกุมบุหรี่ปลอมในลักษณะนี้ทุกเดือน ได้ผู้ต้องหามาหลายราย ทราบว่าคนที่นำบุหรี่ปลอมมาขายให้ร้านขายของชำ มีทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รวมถึงรถพ่วงก็มี ซึ่งทางสรรพสามิตจะดำเนินการหาทางจับกุมต้นตอ เพราะอำนาจหน้าที่ของเรามีแค่นี้” นายเพชร กล่าวให้ฟัง 


อย่างไรก็ตาม สำหรับแหล่งผลิตบุหรี่ปลอมทราบว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะชาวบ้านไม่สามารถทำได้ ต้องมีการลงทุนมากพอสมควร เช่น เครื่องจักรและเทคโนโลยีในการอัดบุหรี่ และทำปลอมอากรแสตมป์ มีราคาประมาณ 100 ล้านบาท เป็นการลักลอบเข้ามาไม่ผ่านการเสียภาษี แล้วมีคนกลุ่มนี้ได้ประกาศขายบุหรี่ผ่านทางเฟซบุ๊ก และมีการนำมาไปขายในราคาถูกตามร้านค้าทั้งประเทศ จึงได้ทำงานในชิงรุกและเชิงรับด้วยการประชาสัมพันธ์ตรวจสอบตามร้านค้า 



ข่าวยอดนิยม