close sticky

ตร.ใช้ทุกกลยุทธ์ สยบ! ลูกคลั่งอาละวาดข้ามคืน แม่วอนยอมใจอ่อนได้กินพิซซ่าแล้วจะมอบตัว (คลิป)

0
12 ต.ค. 64

กรณีพ.ต.ต.ทนงศักดิ์ ปลั่งกลาง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งมีเหตุชายเมาสุราคลุ้มคลั่งเผาบ้านตัวเอง ถนนสุขสวัสดิ์ ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ จึงประสานไปที่รถดับเพลิง อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มาสนับสนุนในที่เกิดเหตุทันที


878201295218


เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เป็นพ่อของชายคนดังกล่าว พยายามจะปีนไปเปิดประตู แต่กลับโดนลูกชายตัวเองยิงด้วยปืนยิงปลาเข้าที่ขาได้รับบาดเจ็บ หลังจากเปิดประตูเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครบรรเทาสาธารณะภัย ต้องช่วยกันใช้น้ำดับไฟ เจ้าหน้าที่อีกส่วนเข้าไปตรวจสอบดูที่ชั้น 2 พบว่าบริเวณจุดเพลิงไหม้ เป็นที่นอน เสื้อผ้า แอร์


499479


ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปทางด้านหลังขณะเหตุการณ์กำลังชุลมุน ทราบชื่อผู้ก่อเหตุต่อมา นาย เอกชัย แสงทองดี อายุ 31 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บ นายสูรย์ แสงทองดี อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นพ่อของผู้ก่อเหตุ


ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าว จึงไปพบกับนายเอกชัย กำลังยืนคุยอยู่คนเดียวและส่งเสียงโวยวายอยู่ภายในบ้าน ในมือยังถือปืนยิงปลาเป็นอาวุธติดตัวตลอดเวลา ทีมข่าวจึงต้องถอยออกมาจากที่เกิดเหตุ และโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ 


203408539153159518


จากนั้น 10.30 น. พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) ลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจในเครื่องแบบ สน.ราษฎร์บูรณะ จำนวนกว่า 50 นาย เพื่อวางแผนเข้าจับกุมตัวนายเอกชัย โดยมีแม่ของนายเอกชัย ร่วมวางแผนในการจับกุมตัว เพราะนายเอกชัย ถือปืนยิงปลาติดตัวไว้ตลอดเวลา


596204


เวลา 10.35 น. ตำรวจได้กระชับพื้นที่เข้าประชิดไปที่ด้านหน้าจุดเกิดเหตุ โดยมีโล่กับไม้ง่าม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีอาวุธปืนกระสุนยาง ในการจับกุม ซึ่งตำรวจได้ให้แม่ของนายเอก ขึ้นไปบนรถตำรวจ เพื่อจะให้แม่ของนายเอกชัย พูดกล่อมให้เปิดประตูบ้าน 


599722


สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่เป็นผล ตำรวจจึงได้ล้อมที่เกิดเหตุ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่เกิดเหตุเอาไว้ โดยด้านหลังมีบางช่วงที่ตำรวจพยายามบอกกับนายเอกว่า "ให้ลงมา อย่าปิดหน้าต่าง มันร้อน เดี๋ยวเป็นลม" นายเอก ก็ตะโกนบอกว่า "เออ ขอบใจ"


หลังจากนั้นสถานการณ์ ก็เริ่มตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้การตำรวจนครบาล 8 จึงได้โทรศัพท์ไปประสานขอกำลังเสริม พร้อมเครื่องยิงกระสุนแก๊สน้ำตาจากตำรวจชุดสืบสวนนครบาล 8 เนื่องจากเข้าประชิดตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้


687066


กระทั่งเวลา 11.15 น. ตำรวจสามารถเปิดประตูเข้าไปยังที่เกิดเหตุได้ แต่ในขณะนั้นนายเอก กลับหนีขึ้นไปนอนอยู่บนหลังคาของ ทำให้ยากต่อการควบคุมตัว เวลา 11.30 น. ขณะที่ตำรวจพยายามกล่อมให้นายเอก ลงมาจากหลังคา แต่ก็ไม่เป็นผล และนายเอกได้ร้องขอให้ตำรวจนำกัญชา ส่งขึ้นไปบนหลังคา แต่ตำรวจบอกว่าไม่มี สถานการณ์จึงตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


เวลา 11.38 น. ตำรวจได้เชิญตัวแม่นายเอก เข้ามาเจรจา โดยมีพ.ต.อ.โฆสิต บุญทวี รองผู้การตำรวจนครบาล 8 (รอง ผบก.น.8) และหัวหน้าชุดเจรจาต่อรองคอยช่วยเจรจา ทางแม่ของนายเอกก็พยายามถามว่าลูก "เอาอะไรไหม ลงมาเถอะลูก แม่รักลูก ลงมานะแม่จะพาลูกไปรักษา ลูกไม่รักแม่หรอ ลงมาดูแม่หน่อย แม่เจ็บขาแม่รถล้มมา"


ทั้งนี้ ตำรวจก็พยายามช่วยพูดว่า "ลงมาเถอะเอก ไม่สงสารแม่บ้างเหรอ" แต่นายเอกชัย ก็บอกว่า "ถ้าอยากเจอก็ขึ้นมาข้างบน" โดยแม่ของนายเอกชัย ก็พยายามถามว่า "หิวน้ำไหมลูก" นายเอกชัย ก็บอกว่า "หิว" ตำรวจจึงได้วางแผนให้แม่นายเอก นำน้ำดื่มผสมยานอนหลับขึ้นไปให้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุร้องขอน้ำดื่มและน้ำแข็ง เพราะอากาศบนหลังคาค่อนข้างร้อนและระอุ


จากนั้นแม่นายเอกชัย ก็ได้เดินหิ้วน้ำและปีนขึ้นไปให้บนชั้น 2 โดยจะเห็นว่าผู้เป็นแม่มีความเป็นห่วงลูกชายมาก ๆ พยายามปีนขึ้นไปจนถึงตัว แต่ตำรวจพยายามตะโกนบอกว่า "พอแล้ว ๆ ไม่ต้องไปสูงกว่านี้" เพราะเกรงว่านายเอกชัย จะทำร้ายแม่


813450


หลังจากนั้น นายเอกชัย น่าจะหิ้วน้ำมาก ๆ จึงปีนลงมาจากหลังคาเพื่อจะลงมาเอาน้ำที่ผู้เป็นแม่แขวนไว้ให้ แต่ด้วยความฉลาดของนายเอกชัย รู้ว่าน้ำผสมยานอนหลับจึงเทน้ำทิ้ง ผ่านไปสักพักนายเอกชัย ได้ร้องขอตำรวจอีกว่า "พี่ผมอยากกินพิซซ่า" ตำรวจจึงโทรสั่งและเชิญสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวออกนอกพื้นที่ไปรอที่แนวประตูรั้ว โดยให้เหตุผลว่าขอตำรวจทำงาน เนื่องจากนายเอกชัย เห็นกล้องและมีคนเยอะจึงไม่ยอมลงมา


951398


จากนั้น เวลา 12.51 น. ตำรวจชุดเจรจาได้กล่อม นายเอกชัย กระทั่งยอมลงมาจากหลังคา ส่วนแม่ของนายเอกชัย ก็ร้องไห้จนเป็นลม กู้ภัยต้องช่วยกันปฐมพยาบาลและช่วยกันปลอบใจว่านายเอกชัย ไม่ได้เป็นอะไรมาก ทีมข่าวก็พยายามสอบถามกับนายเอกชัย ว่าขึ้นไปก่อเหตุแบบนั้นทำไม มีอะไรอยากจะพูดกับแม่หรือไม่ เป็นห่วงแม่หรือไม่ ตำรวจเอาอะไรยิงล่วงลงมา นายเอกชัย ก็บอกว่า "ตำรวจเอากระสุนจริงยิง เป็นห่วงแม่ รักแม่มากครับ"


750308


พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุตนก็ได้เข้ามาตรวจสอบภายซอยสุขสวัสดิ์ 18 พบตัวนายเอกชัย ซ่อนตัวอยู่บนโกดังร้าง และพยายามจะกระโดดจากที่สูง จึงประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยราษฏร์บูรณะ นำเบาะลมมาเพื่อรองรับ


218472


ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รอง ผบก.น.8 (หัวหน้าชุดเจรจาต่อรอง) ใช้ชุดเจรจาต่อรองที่ผ่านฝึกอบรมยุทธวิธี ชุดเผชิญเหตุ พร้อมโดรนและไม้ง่าม ปืนยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตา โดยนำโดรนขึ้นไปบินสำรวจและวางแผน ระหว่างนั้นก็ได้เจรจากับผู้ก่อเหตุที่มีอาการคล้ายเมายาเสพติดอยู่ หลังพยายามเจรจามาระยะหนึ่ง


โดยพบว่านายเอกชัย หลับอยู่บนหลังคา ตำรวจจึงพยายามปลุกให้ลงมามอบตัว แต่นายเอกชัยเจรจาขอทานพิซซ่า ซึ่งทางตำรวจสั่งพิซซ่ามาให้แล้ว จึงล่อให้นายเอกชัย ลงมาจากด้านบนหลังคา เมื่อได้จังหวะระยะความสูงที่ปลอดภัยกับนายเอกชัย ตำรวจจึงใช้ปืนยิงตาข่ายเพื่อควบคุมตัว ก่อนนำไปสอบสวนปากคำที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อตรวจหาสารเสพติด เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และทำร้ายร่างกายบิดาโดยใช้อาวุธ


772262


นางณัชชา แสงทองดี แม่ของนายเอกชัย กล่าวว่า ปกติแล้วลูกชายจะเสพยาและสารเสพติดทุกชนิด มีอาการคลุมคลั่งตลอด กระทั่งเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.64) นายเอกชัย ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงปลายิงไปที่ต้นขาของพ่อ ขณะที่กำลังเข้ามาเปิดประตูบ้าน และก่อเหตุวางเพลิงบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชั้น 2 จากนั้นโวยวายทำลายข้าของภายในบ้านจนเสียหาย


ในช่วงเช้าวันนี้ ตนจะย้อนกลับไปที่โรงงานเพื่อจะไปหานายเอกชัย เนื่องจากมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่านายเอกชัย ได้ย้อนกลับมาที่โรงงานตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (11 ต.ค.64) หลังจากก่อเหตุ ช่วงประมาณตี 1 - 2 นายเอกชัยได้ขับรถตระเวนตามหาตน เพราะไม่เห็นว่าอยู่ที่โรงงาน โดยช่วงที่ผ่านมา นายเอกชัย จะอยู่ไม่ได้ถ้าหากขาดตน


447960


กระทั่งในช่วงเช้า ตนมาเห็นว่าตำรวจล้อมที่โรงงานก็ไม่ได้รู้สึกตกอะไร และก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจทุกอย่าง ภาพเมื่อช่วงเช้าที่ตนเเจรจากับนายเอกชัยบนรถตำรวจ ก็รู้ว่าลูกชายไม่มีทางยอมออกมา เนื่องจากเห็นตำรวจอยู่ที่หน้าประตู ตนยอมรับว่าขณะนั้นเป็นห่วงตำรวจที่เข้าไปประชิดที่หน้าประตู เพราะว่ารู้ว่าลูกชายลงมือทำร้ายได้ทุกคน


ส่วนสาเหตุที่ตนปีนขึ้นเอาน้ำไปให้นายเอกชัย ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร ตอนนั้นในใจมีแต่ความเป็นห่วงลูกชาย ถึงเขาจะทำร้ายจะฆ่าตนก็ยอม ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก ตนยอมรับว่าที่ผ่านมานายเอกชัย ทำร้ายพ่อและแม่มาตลอด เพราะอาการขาดยาเสพติด ให้เงินไปเท่าไรก็เอาไปเล่นยาหมด แจ้งตำรวจมาจับไปบำบัด ออกมาก็ยังเป็นเหมือนเดิม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่