close sticky

จับแล้ว! พ่อตาฆ่าเขยที่แท้เมาค่อนวัน ได้สติสำนึกกราบนายจ้าง เมียผวาวิญญาณแค้น (คลิป)

0
11 ต.ค. 64

กรณีพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดฟันกันมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านพักคนงานร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อนายประเสริฐ พันเอก หรือไก่ อายุ 27 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ ข้างเก้าอี้โซฟา ร่างกายถูกของมีคมฟันหลายแห่ง โดยมีพบบาดแผลฉกรรจ์ที่แขนซ้าย 1 แห่ง, แขนขวา 1 แห่ง และที่บริเวณศีรษะ 2 แห่ง ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายสมชาย จาดมี หรือช่างชาย อายุประมาณ 45-50 ปี ชาวจ.พิจิตร ซึ่งเป็นพ่อตาของผู้เสียชีวิต


827165


ล่าสุด วันที่ 11 ต.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยัง สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังมีรายงานว่า นายสมชาย จาดมี ผู้ต้องหาไปมอบตัวกับทาง สภ.สากเหล็ก จ.พิจิตร โดย พ.ต.ท.สุชาติ เรือนวงค์ รองผู้กำกับสืบสวน สภ.สากเหล็ก ได้รับรายงานจากจาก นายพิษณุ แปงกริยา ปลัดอำเกอสากเหล็ก และนายชรินทร์ เมฆประดับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.คลองทราย ว่าจะนำตัวนายสมขาย จาดมี มอบตัวที่ สภ.สากเหล็ก


369136


ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. นายสมชาย ได้เดินทางมาถึง สภ.สากเหล็ก ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและแสดงหมายจับดังกล่าวพร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหา ทำบันทึกการจับนำตัวส่งพนักงานสืบสวน สภ.สามโคก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เวลา 16.30 น. ชุดสืบสวน สภ.สามโคก อยู่ระหว่างการเดินทางไปรับตัวนายสมชายที่ สภ.สากเหล็ก เพื่อนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม เบื้องต้นนายสมชายให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา


349681


ทีมข่าวได้เดินทางไปยังร้านฟอร์นิเจอร์ จุดเกิดเหตุ นายธรรมนูญ ภูดวง อายุ 45 ปี น้องเขยเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ ที่กล้องวงจรปิด จับภาพในขณะที่ นายสมชาย พยายาม เข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือและมีการก้มลงกราบก่อนจะหลบหนี เปิดเผยว่า ในภาพกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ที่นายสมชาย พยายามแย่งโทรศัพท์มือถือ จะเป็นช่วงที่ตนเองเดินออกมาที่หน้าร้าน เพราะว่านาทีนั้นเห็นท่าไม่ดีโดยด้านในของร้านที่เป็นจุดเกิดเหตุวุ่นวายมาก จึงตัดสินใจเดินออกมาหน้าร้านเพื่อจะโทรศัพท์ไปแจ้งกับทางกู้ภัยให้มาช่วยเหลือผู้ตาย แต่นายสมชายได้เดินออกมาพยายามจะแย่งโทรศัพท์และพูดแต่ว่าขอร้องไม่ให้ตนโทรแจ้งตำรวจ ขณะนั้นตนเองได้โทรศัพท์ค้างสายกับกู้ภัยอยู่ ยอมรับว่ากลัวมาก เพราะนายสมชายเดินออกมากับภรรยาที่ถือมีดอยู่ในมือ


306366


จากนั้น ตนก็พยายามเดินกลับเข้าไปในที่เกิดเหตุ เพื่อดูอาการของผู้ตาย ภาพนั้นเป็นภาพที่สลดมาก เห็นว่านายสมชายพยายามก้มลงกราบ ตนก็พยายามห้ามว่าไม่ต้องมากราบ ตอนนี้เป็นห่วงแต่อาการของผู้ตาย บอกว่าอย่าทำแบบนี้เลย นายสมชายก็พูดแต่ว่า "ผมขอร้องอย่าโทรแจ้งตำรวจเลย ผมขอโทษ ผมสำนักผิด" ตนก็ได้แต่พูดว่าอย่ามาขอโทษผม ทำไรลงไปถึงไม่คิด


155426


ซึ่งวันนี้หลังจากทราบข่าวว่านายสมชายเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ ก็รู้สึกว่ายังดีที่ตัวนายสมชายสำนักผิด ส่วนการทำแผนในวันพรุ่งนี้ทางร้านฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเจ้าของจุดเกิดเหตุ ยินดีจะให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ ที่จะนำตัวนายสมชายมาทำเป็นประกอบคำรับสารภาพ วันนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ญาติผู้ตายก็ได้ติดต่อมาขอที่จะเข้ามาเชิญดวงวิญญาณนี้เช่นเดียวกัน


176364


ทีมข่าวเดินทางไปที่ร้านขายของชำ ห่างจากร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดเหตุ 200 เมตร ร้านขายของชำเป็นร้านที่นายสมชายพ่อตา และนายประเสริฐลูกเขย จะไปซื้อเหล้ามาดื่มกินกันเป็นประจำ บริเวณหน้าร้านขายของชำมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ คืนวันที่ 8 ต.ต. เวลา 19.21 น. หลังจากที่นายสมชายก่อเหตุทำร้ายนายประเสริฐนอนจมกองเลือดภายในร้านเฟอร์นิเจอร์ ได้พาเมียและลูกขึ้นรถกระบะหลบหนี มุ่งหน้าไปที่ จ.นครปฐม


โดยวันเกิดเหตุ เวลา 12.14 น. กล้องวงจรปิดของร้านขายของชำบันทึกภาพวินาทีที่พ่อตาใช้ให้นางสาววาสนาลูกสาว ขับรถมอเตอร์ไซค์มาพร้อมกับลูก ออกมาซื้อเหล้าขวดเล็ก กลับไปให้พ่อตาและลูกเขยนั่งดื่มกินกันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดเหตุ เป็นการซื้อเชื่อ เป็นเรื่องปกติของพ่อตาและเขยที่มักจะซื้อเชื่อกับร้านนี้เป็นประจำ


970287


เวลา 16.53 น. พ่อตาขับรถกระบะพาเขยพร้อมทั้งหลานสาว ออกไปซื้อของที่ตลาด แวะที่ร้านขายของชำจ่ายเงินค่าเหล้า เห็นว่าทั้งคู่ขับรถนั่งมาด้วยกันตามปกติ ช่วงที่ลูกเขยกำลังขึ้นกระบะ ประตูรถยังไม่ทันปิด พ่อตาเร่งเครื่องแบบเร่งรีบ


เวลา 17.52 น. พ่อตาตั้งวงกินเหล้าแต่เหล้าหมด ใช้ให้ลูกเขยบรรทุกถัง 200 ลิตร ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปขายที่ร้านขายของเก่า ได้เงินมา 110 บาท ให้แวะซื้อเหล้าที่ร้านขายของชำราคาขวดใหญ่ 120 บาท ติดร้าน 10 บาท กล้องวงจรปิดตัวดังกล่าวเห็นตอนที่ลูกเขยบรรทุกเอาถัง 200 ลิตรไปขาย ก่อนที่จะแวะซื้อเหล้า ในมือถือขวดเหล้าขวดใหญ่ติดมือไปด้วย


583460


นายวุฒิ (นามสมมติ) เจ้าของร้านขายของชำ เปิดเผยว่า ทุกครั้งตนเองจะเห็นตัวของพ่อตาและเขยออกมาซื้อเหล้าที่ร้านไปดื่มกินกันเป็นประจำ บางครั้งก็จะนั่งกินอยู่ที่หน้าร้าน ไม่เคยมีปากเสียงหรือทะเลาะรุนแรงถึงขั้นจะฆ่าแกงกันได้ ไม่เคยเทใส่แก้ว เป็นการดื่มจากปากขวดยกดื่ม พ่อตาและเขยก็ดื่มเหล้าขวดเดียวกันเป็นประจำ หลังจากเกิดเหตุตนเองก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าพ่อตาจะทำร้ายเขยถึงขั้นเสียชีวิต


หลังจากที่เกิดเหตุ ตนเองทราบจากเพื่อนร่วมงานของคนตายได้ไม่ถึง 1-2 นาที ว่าพ่อตาก่อเหตุทำร้ายลูกเขยเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่คิดว่า จะเป็นการใช้อาวุธมีดฟันจนกระทั่งเสียชีวิตคาที่ ไม่นานรถกระบะของนายสมชาย พ่อตา ก็ขับผ่านหน้าร้านของตนเองด้วยความเร็ว ซึ่งปกติเจ้าตัวจะขับช้า เปิดกระจกมองรอบข้าง วันดังกล่าวหันหน้ามายิ้มให้กับตนเอง 1 ครั้ง


แต่ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น ช่วงเวลาประมาณ 12.15 น. พ่อตาได้ใช้ให้ลูกสาวออกมาซื้อเหล้าขวดกิน โดยเป็นการซื้อเชื่อเอาไว้ ติดค่าเหล้าอยู่ 80 บาท และมีช่วงเย็นของวันดังกล่าว ตัวของนายสมชายพ่อตาได้ขับรถกระบะมาพร้อมกับนายประเสริฐคนตาย แวะจ่ายเงินค่าเหล้าที่ติดค้างอยู่ กระทั่งช่วง 17.52 น. เห็นคนตายขับผ่านหน้าร้านอีกครั้ง พร้อมกับบรรทุกถัง 200 ลิตรไปขายที่ร้านขายของเก่า ได้เงินมา 110 บาท แวะซื้อเหล้าขวดใหญ่ อ้างว่าจะไปกินกับพ่อตา แต่เหล้าขวดใหญ่ราคา 120 บาท จึงติดเงินอยู่ 10 บาท เบื้องต้น เงินที่ติดค้างอยู่ตนเองก็ยกให้ คงไม่เอาคืนแล้ว


560102


นางเสมียน พึ่งสถิต ภรรยานายสมชาย เปิดใจว่า ตนเองรู้สึกดีใจที่สามีตัดสินใจมอบตัวกับตำรวจ อย่างน้อยก็ไม่ถูกจับหรือถูกยิง และที่สำคัญการมอบตัวก็จะทำให้โทษบางอย่างลดลง แต่การกระทำผิดที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำผิดแล้วก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย สำหรับแนวทางการประกันตัวใจจริงตนเองก็อยากจะประกัน เพราะจะได้ออกมาช่วยกันทำมาหากิน เนื่องจากทุกวันนี้แทบจะไม่มีเงินใช้ แต่ที่บ้านไม่มีเงินไม่มีหลักทรัพย์


932958


การที่นายสมชายหนีตำรวจออกจากบ้านไปโผล่ที่ จ.พิจิตร ตนเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเดินทางไปด้วยวิธีใด แต่หลังจากที่เดินทางไปถึง ก็ได้ไปกราบเท้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับร้องไห้บอกกับแม่ว่า "ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ผมฝากลูกฝากเมีย ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าลูกเขย หากผมพร้อมให้แม่พาผมไปมอบตัว" ซึ่งนายสมชายก็ได้อยู่กับแม่ระยะหนึ่ง ก่อนที่เช้าวันนี้จะพากันไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะให้มอบตัว


ทั้งนี้ ตนเองในฐานะครอบครัวของผู้ต้องหาไม่อยากให้มีการทำแผนฯ เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย กลัวว่าการทำแผนจะกระทบสภาพจิตใจของครอบครัวของนายประเสริฐ ส่วนกรณีที่ครอบครัวของคนตายให้สัมภาษณ์ว่าไม่ต้องการให้นายสมชายไปร่วมงานศพนั้น ส่วนตัวอยากจะเดินทางไปร่วมงาน และอยากจะไปขออโหสิกรรมกับคนตายด้วยตนเอง เพราะที่บ้านก็ไม่มีใครที่จะมีเจตนาอยากจะทำให้ใครตาย ในเมื่อเขาไม่ต้อนรับก็ต้องเปลี่ยนเป็นวิธีอื่น ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แทน พร้อมทั้งฝากไปยังครอบครัวของคนตายว่า ตนเองขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง


391661


กรณีที่ครอบครัวของคนตายเชื่อว่าการก่อเหตุของนายสมชายเกิดจากการวางแผน หลังเกิดเหตุครอบครัวรู้เห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายรถเอาไปซุกซ่อนที่การเคหะ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีนั้น ครอบครัวไม่มีการวางแผนที่จะก่อเหตุหรือฆ่าใคร เพราะทุกอย่างเกิดจากการป้องกันคนในครอบครัว เนื่องจากในวันนั้น คนตายได้มีการบีบคอลูกชายวัย 5 ขวบของตนเอง พร้อมกับมีการข่มขู่จะฆ่าล้างโคตร ทำให้นายสมชาย สามี จึงได้ก่อเหตุดังกล่าวเพื่อปกป้องคนในครอบครัว ยืนยันว่าในวันดังกล่าวตนเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถกระบะหายไปจากบ้านได้อย่างไร มารู้อีกทีพบว่าตัวของลูกชายนายสมชายเป็นคนขับเอาไปจอดไว้ที่การเคหะ และลูกชายของนายสมชายก็ยืนยันว่าเป็นเพียงแค่รถเปล่า ไม่มีนายสมชายนั่งไปในรถ ตนเองจึงเชื่อว่าเป็นเพียงแค่การนำรถไปจอด ไม่ใช่ซ่อนอำพรางหรือพากันหลบหนี


217620


หากย้อนกลับไปตามภาพกล้องวงจรปิด ไม่ใช่คนตายวิ่งหนีคมมีด แต่วิ่งไปเพื่อที่จะไปเอาอาวุธมาก่อเหตุทำร้ายคนในครอบครัวของตนเอง แต่ในครัวมีตะหลิวกับมีดวางใกล้กัน นายประเสริฐคนตายจึงได้หยิบเอาตะหลิวมาสู้กับอาวุธมีดในมือของนายสมชาย ซึ่งถ้าหากวันนั้นนายประเสริฐหยิบมีดไม่ผิด ก็คงจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมากขึ้นกว่านี้


โดยในคืนแรกที่ทุกคนกลับมานอนที่บ้าน ตนเองลุกไปเข้าห้องน้ำด้านหลัง ประตูหลังบ้านเป็นเพียงแค่วงกบเปิดโล่ง ไม่มีประตูเปิดปิด จังหวะที่ตนเองเดินผ่านเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำเห็นดวงวิญญาณของนายประเสริฐยืนอยู่ที่หลังบ้าน มาในชุดในวันที่ตาย แต่ค่อนข้างมืดจึงไม่เห็นเลือด ท่าทางไม่พอใจ พร้อมกับสายตาที่แดงก่ำจ้องมองมาที่ตนเอง คืนวันนั้นตนเองจึงรีบวิ่งเข้าบ้านเพราะตกใจกลัว แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองนอนอยู่ที่มุ้งกลางบ้าน มีลูกของคนตายนอนอยู่ตรงกลาง และเมียของคนตายนอนอยู่ถัดไป ทุกคนมีลักษณะกึ่งหลับกึ่งตื่น หันหัวไปทางหน้าต่างที่ไม่ได้ปิด ดวงวิญญาณของนายประเสริฐมายืนอยู่ที่หน้าต่าง เอื้อมมือมาที่ลูกที่นอนอยู่ตรงกลาง ลักษณะจะพาไปอยู่ด้วย ตนเองจึงตะโกนบอกกับนายประเสริฐว่า "ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องห่วง จะดูแลหลานเป็นอย่างดี จงไปสู่สุคติหรือที่ชอบ" ตัวของนายประเสริฐก็ยืนร้องไห้อย่างหนัก ก่อนที่จะหายไป จากนั้นทุกคนในบ้านก็ตกใจตื่นพร้อมกันทั้งหมด และได้หาเครื่องรางของขลังมาสวมใส่เอาไว้ที่คอ เมื่อเช้าก็ยังพากันไปเอาน้ำมนต์ที่วัดไร่ขิงมาใช้อาบ ประพรหม และดื่มกิน ส่วนพระเครื่องที่นำมาคล้องคอก็หยิบจับอะไรได้ก็เอามาใส่ เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี


621554


ขณะที่นางสาววาสนา จาดมี หรือ ฟ้า อายุ 21 ปี ภรรยาผู้ตาย เปิดใจว่า ตนเองดีใจที่พ่อตัดสินใจมอบตัว ก่อเหตุไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหนี แต่เหตุการณ์ในวันนั้น หลังจากที่พ่อของตนเองก่อเหตุทำร้ายนายประเสริฐ สามีแล้ว ไม่ใช่ตนเองนิ่งนอนใจ ตนเองยังตัดสินใจที่จะพยายามโทรหารถโรงพยาบาล แต่ถูกพ่อขัดขวาง จึงทำให้ต้องไปแจ้งกับทางเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นนายจ้างให้มีการแจ้งกู้ภัยหรือรถโรงพยาบาลแทน และหลังจากที่พ่อก่อเหตุแล้ว ตนเองก็อยากจะอยู่กับคนตาย ไม่ใช่อยากจะหนีหรือขึ้นรถไปพร้อมกับพ่อ แต่ด้วยวันดังกล่าวถูกบังคับให้ทุกคนขึ้นรถ ตนเองก็เลยมีความจำเป็นต้องทิ้งให้นายประเสริฐนอนจมกองเลือดอยู่แบบนั้น


154123


ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยโดนนายประเสริฐทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด แต่ตนเองก็อดทนเพราะรักในตัวนายประเสริฐ แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่แอบไปฟ้องพ่อ และบาดแผลที่อยู่บริเวณคิ้วขวา ก็เป็นแผลเป็นที่ตนเองถูกทำร้ายจากนายประเสริฐ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ทะเลาะกันตามประสาผัวเมีย


308621


จากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏภาพเห็นว่าตนเองไปซื้อเหล้าช่วงประมาณ 12.15 น. ที่ร้านขายของชำใกล้กับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดเหตุ ตนเองยอมรับว่าวันนั้นถูกนายประเสริฐสามีใช้ให้ไปซื้อเหล้า ตนเองก็เลยขับรถออกไปซื้อให้ แต่ช่วงเย็นนายประเสริฐดื่มไม่พอจึงออกไปซื้อเองเพิ่มเติมอีก 1 ขวด ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น กรณีที่ครอบครัวของคนตายอยากจะให้เมียและลูกไปลาคนตายเป็นครั้งสุดท้ายโดยอนุญาตให้ไปร่วมงานศพได้นั้น ตนเองก็อยากจะพาลูกไปลานายประเสริฐเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็กลัวเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากตนเองก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายประเสริฐตาย ดังนั้นหากไม่ได้ไปตนเองก็จะฝากบอกครอบครัวและนายประเสริฐว่า " ไม่ต้องเป็นห่วง ตนเองจะดูแลลูกเป็นอย่างดี"


วันนี้ มีการนำสร้อยศรีเงินมีเท้าเวสสุวรรณ 1 องค์แขวนที่คอ เนื่องจากหลังจากที่คนในบ้านเจอดวงวิญญาณของนายประเสริฐ จึงได้หาเครื่องรางของขลังมาติดตัวเอาไว้ เพื่อป้องกันตามความเชื่อ


336430


ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต นายสมชาย พันเอก พ่อของคนตาย, นางจำปี โอภาสพินิจ แม่คนตาย พร้อมด้วยคนในครอบครัวคนตาย เดินทางมารับศพนายประเสริฐ พันเอก กลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดจำปา จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิด


บรรยากาศการรับศพที่หน้าห้องนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เป็นไปด้วยความโศกเศร้า หลังจากที่ทางนิติเวชโรงพยาบาลมีการประกาศชื่อให้ญาติเค้าไปติดต่อรับศพได้ มีเพียงนายสมชาย พ่อของคนตาย และญาติบางส่วน เข้าไปติดต่อขอรับศพภายในห้องนิติเวช ส่วนแม่สภาพจิตใจย่ำแย่ นั่งร้องไห้ตลอดเวลา


286736


โดยช่วงที่นำร่างของนายประเสริฐขึ้นรถกู้ภัย แม่และคนในครอบครัวต่างยืนร้องไห้ บอกว่า "แม่มารับตามสัญญาแล้ว กลับบ้านเรานะลูก ขึ้นรถกู้ภัยกลับไปพร้อมกันไปให้ถึงวัดนะ"


105149


นายสมชาย พันเอก พ่อของคนตาย เปิดเผยว่า สำหรับกรณีคลิปวงจรปิดที่นายสมชาย พ่อตา มีการใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายลูกชายจนกระทั่งถึงแก่ความตาย ถึงตอนนี้ตนเองก็ยังทำใจที่จะดูคลิปทั้งหมดไม่ได้ แต่เมื่อวานนี้ที่ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี มีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับเส้นทางหลบหนี รวมทั้งคลิปวงจรปิดที่เห็นตัวลูกชายของนายสมชาย ขับรถออกจากบ้าน เพื่อนำไปจอดซุกซ่อนไว้ที่การเคหะก่อนที่จะถูกอายัดรถ ตนเองมองว่าการกระทำดังกล่าว ครอบครัวมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหลบหนี และการซ่อนอำพรางรถ เพราะถ้าหากไม่มีเจตนา ก็คงจะไม่เคลื่อนย้ายนำรถไปจอดที่อื่น อีกทั้งการหลบหนีในคืนวันดังกล่าวก็เชื่อว่าครอบครัวอาจจะรู้เห็นหรือช่วยสนับสนุนก็ได้ ตัวเองยังมีความกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าทางคดี


สำหรับที่ผ่านมายอมรับว่าลูกชายกับพ่อตาก็มักจะมีการดื่มเหล้าด้วยกันเป็นประจำ ไม่เคยเห็นมีปากเสียงทะเลาะอะไรกันรุนแรงแบบนี้ ฉะนั้นจากพฤติกรรมของวันดังกล่าวตนเองจึงเชื่อว่าอาจมีการวางแผนหรือเจตนาที่จะทำร้ายลูกชายตนเอง ถ้าหากไม่มีเจตนาก็คงจะไม่มีการใช้ความรุนแรงถึงขั้นฟันซ้ำจนตาย


ตนยังคงยืนยันอีกครั้งว่าไม่จำเป็นต้องพามาขออโหสิกรรมหรือให้มาเหยียบงานศพ เพราะยังทำใจไม่ได้ต่อความโหดร้ายที่พ่อตาทำเอาไว้กับลูกเขย ถ้าหากเมียและลูกจะมาส่งเป็นครั้งสุดท้ายหรือมาร่วมงานศพ ตนเองก็ไม่ขัดข้อง ส่วนกรณีที่ครอบครัวของคนก่อเหตุ ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองว่าในวันดังกล่าวตัวของนายประเสริฐ คนตาย มีช่วงที่พยายามทำร้ายร่างกายเด็กชายวัย 5 ขวบ ซึ่งเป็นลูกคนเล็กของนายสมชาย พ่อตา อ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเอง แต่คนตายพูดไม่ได้ ใครก็มีสิทธิ์ที่จะคิด ใครก็มีสิทธิ์ที่จะพูด ดังนั้นไม่ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นรุนแรงแค่ไหน แต่ก็ไม่ควรที่จะมาทำกันถึงตาย เมื่อผิดแล้วก็ต้องรับผิด ไม่ใช่ออกมาอ้างแก้ตัวแทนใคร


993003


ล่าสุด เวลา 21.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคุมตัวนายสมชาย เข้าห้องขังที่ สภ.สามโคก ภายหลังเข้าไปรับตัวมาจาก สภ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ซึ่งจากการสังเกตนายสมชายสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความเคร่งเครียด เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น และจะสอบปากคำอย่างละเอียดในวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.64)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่