close sticky

สารวัตรงัดหลักฐานสู้ซ้อปลา แฉตัดต่อคลิปรีด 5 ล้านเชื่อบิ๊กหนุนหลัง เจ้าตัวยันถูกปั่น (คลิป)

0
30 ก.ย. 64

กรณี น.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ หรือ “ซ้อปลา” ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัดสงขลา ที่บุกเข้าไปตรวจค้นในบ้าน พร้อมยึดเงินสดจำนวน 10 ล้านบาท และทองรูปพรรณน้ำหนักอีกประมาณ 60 บาท จากนั้นมีการควบคุมตัวแม่ค้าออนไลน์ไปเจรจา ก่อนจะมีการต่อรองโดยอ้างว่าให้ประสานกับนายใหญ่เพื่อเคลียร์คดีขอยึดเงินสด 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้เสียหาย


621108


ล่าสุดวันที่ 30 ก.ย.64 พ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ สว.สส.จว.สงขลา พร้อมด้วยพ.ต.ต.สาทิด ดวงดี สว.สส จว.สงขลา เตรียมเอกสารข้อมูล หลังจากทนายความ​ สำนักทนายใจดี เข้าแจ้งความตำรวจ​ สภ.ทุ่งตำเสา จ.สงขลา​ เบื้องต้นแจ้งดำเนินคดีกับ​​ น.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ หรือ “ซ้อปลา” ฐานความผิด​หมิ่นประมาท​ และ​นำเข้าเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ โดย พ.ต.ท.ขวัญชาติ พร้อมทนายได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ ต่อเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา และสอบสวนให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน


โดยมีหลักฐานต่าง ๆ ในการนำส่งให้กับพนักงานสืบสวนสอบสวน หลักฐานการลักลอบการแอบบันทึกเสียงโทรศัพท์ หลักฐานที่ “ซ้อปลา” ถ่ายวีดีโอเป็นภาพขาและเท้า ขณะคุยโทรศัพท์กับ พ.ต.ท.ขวัญชาติ อีกทั้งมีการนำหลักฐานจากการถอดเทปบันทึกเสียงสนทนา เพื่อยื่นให้กับพนักงานสอบสวน แสดงความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากคลิปเสียงที่เคยเผยแพร่นั้น ได้มีการตัดคลิปเสียงใส่ร้าย พ.ต.ท.ขวัญชาติ ในประเด็นเรียกรับงินจำนวน  5 ล้านบาท


809562


ภายหลังจากออกจากห้องสืบสวนสอบสวน ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุย พ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ สว.สส.จว.สงขลา ให้ข้อมูลว่า ตนเดินทางมาร้องทุกข์ดำเนินคดี กับน.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ หรือ “ซ้อปลา” ผู้ว่ากล่าวใส่ร้ายตน เพื่อใช้ในการตอบโต้กลับทางด้านกฎหมาย โดยตนได้รวบรวมหลักฐานคลิปข่าว และภาพข่าวต่าง ๆ รวมถึงหลักฐานที่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย จึงดำเนินการแจ้งความ


ส่วนเรื่องที่ซ้อปลาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนนั้น ข้อมูลส่วนใหญ่ถือว่าเป็นเท็จในบางช่วงบางตอน เช่น การที่ทางด้านซ้อปลา กล่าวหาว่าชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่แสดงหมายค้น ไม่แสดงหมายให้อ่าน และบังคับขู่เข็นให้เซ็นหมายค้นว่าให้รับเงิน จำนวน 5 ล้านบาท แลกกับการปล่อยตัว


111057719252


ทั้งนี้ หลักฐานที่ตนเตรียมมานั้น มีข้อมูลชัดเจนเป็นหลักฐานที่ซ้อปลา เป็นผู้ทำหลุดออกมาเอง ตนยืนยันว่าตั้งแต่หลังวันที่ 10 ก.ย.64 ทางด้านซ้อปลา แทบจะไม่เคยติดต่อกลับมาหาตน โดยในวันที่ตรวจค้นซ้อปลา ได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือตน โดยระบุว่า “ขอเป็นพี่ชายน้องสาวกันนะ” ไว้ปรึกษาเรื่องกฎหมาย หรือช่วยแนะนำเรื่องกฎหมาย


823865846229


อีกทั้งซ้อปลายังพูดกับตนว่า "เดี๋ยวปลาเสียหายแน่ เนื่องจากพี่ ๆ มาค้นบ้าน แล้วไม่พบอะไร ชาวบ้านอาจจะคิดว่าตรวจค้นยาเสพติด" กระทั่งช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ก.ย.64 ซ้อปลาพูดกับตนว่า ชาวบ้านพูดกันทั่วไปหมดแล้วว่า ตนจับซ้อปลาไปและเรียกเงินค่าไถ่ 5 ล้านบาท ตนจึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องไปสนคำพูดชาวบ้าน ถ้าไม่ได้ผิดอะไรก็ไม่จำเป็นต้องตอบอะไร โดยตนได้พูดคุยกับซ้อปลา ประมาณ 10 นาที 24 วินาที


504726745771


โดยมีคำพูดหนึ่งจากซ้อปลาว่า “ที่พี่เอาไป 5 ล้านบาท” ตนจึงถามว่า “ใครล่ะ ใครเอาไป และพูดเรื่องเอาเงิน 5 ล้านบาท” ตนจึงพูดว่าไม่จำเป็นต้องไปตอบชาวบ้าน จนกระทั่งมาสืบทราบในภายหลังว่าซ้อปลา เป็นผู้ปล่อยข่าวเอง ที่ได้แอบบันทึกเสียงตนขณะคุยโทรศัพท์


"อยากจะให้กางหลักฐานออกมาเลย เปิดพยานหลักฐานออกมาทั้งหมดเลย ผมได้ถอดเทปอัดเสียงรายงานต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว ผมไม่ได้โกรธอะไรซ้อปลา แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่ฝั่งเขาอาจจะแนะนำผิด ๆ ส่วนเรื่องทองต่าง ๆ นั้นก็เป็นอีกคดี ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบต่อไป" พ.ต.ท.ขวัญชาติ กล่าวทิ้งท้าย 


709347


ขณะเดียวกันทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับ พ.ต.ต.สาทิด ดวงดี สว.สส ภจว.สงขลา หนึ่งในชุดจับกุมบ้านซ้อปลา กล่าวว่า ในวันนี้ตนและพ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ สว.สส.ภจว.สงขลา เดินทางเข้ามาแจ้งความ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจค้นตรวจสอบบ้าน ของน.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ หรือ “ซ้อปลา” ที่เป็นชุดที่ 1 และมีตนอยู่ในชุดปฏิบัติการด้วย


307315


โดยได้นำรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ (10 ก.ย.64) กระทั่งถึงปัจจุบัน โดยได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับซ้อปลา ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นได้มีการแจ้งเอาผิดใน 3 ข้อหา ส่วนในข้อหาอื่น ๆ นั้นยังคงต้องตรวจสอบในรายละเอียดเพิ่มเติมอีกต่อไป โดยมีข้อหาอื่นเตรียมแจ้งเพิ่มเติมอีกหลายข้อหา


จากเรื่องที่ทางด้านซ้อปลา ไม่นำเงินเข้ายังธนาคารนั้น ก็ถือว่าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสื่อเช่นกัน แต่เรื่องดังกล่าวนี้ได้รวบรวมเป็นหนึ่งในข้อหาการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเช่นกัน โดยในข้อมูลที่ทางด้านอซ้อปลา ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าวช่องหนึ่ง โดยตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบันนั้น ทางด้านซ้อปลา และ สำนักข่าวช่องหนึ่ง ก็เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จมาโดยตลอด ส่วนเรื่องของเงินของซ้อปลา ที่กล่าวอ้างว่า สูญหายไปนั้นไม่ว่าจะเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือผิดกฏหมายนั้น สามารถตรวจสอบตามหาที่มาที่ไปของเงินได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตรวจสอบอยู่


117400


ทนายกิตติธัช ชูโชติ หรือ ทนายนุ้ย ทนายความส่วนตัวของซ้อปลา เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนต้องการชี้แจงทางคดีของซ้อปลาที่ตนดูแล คือเรียกตำรวจรีดเงิน 5 ล้านบาท หลังจากซ้อปลามาร้องสำนักงานสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ ตนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะมีมูลตามที่กล่าวอ้าง จึงพาซ้อปลากับสามีไปร้องเรียนกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ขณะนี้ผู้การฯ จ.สงขลา ตั้งคณะทำงานสอบสวนคดีอาญาแล้ว 3-4 วันที่ผ่านมา ซ้อปลาให้การสอบสวนเชิงลึกอยู่ตลอด 8.00-18.00 ทุกวัน เพื่อส่งหลักฐานไปที่ ป.ป.ช. และอาจจะไต่สวนเพิ่มเติม ตนมีหลักฐานยืนยันแน่นอน แต่ยังขอสงวนไว้ก่อน


ส่วนเรื่องวงแชร์ เป็นเรื่องที่ซ้อแปลต้องจัดการเอง ไม่ได้เกี่ยวกับตนและสภาทนายความ ซึ่งเรื่องแชร์นั้นหาหลักฐานไม่ยาก แต่ถูกมุ่งประเด็นไปทางเรื่องแชร์มากกว่า ตนจึงอยากให้มุ่งประเด็นรีดเงิน 5 ล้าน เนื่องจากหาหลักฐานตรวจสอบได้ยากมาก เพราะมีการกระทำความผิดในสถานที่ที่ยากต่อการตรวจสอบ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ทำไมเซฟเฮาส์สถานที่ราชการจึงยากแก่การตรวจสอบ ทำไมถึงไม่ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ทำไม สตช. จึงไม่ตรวจสอบบุคคลที่สอบซ้อปลาอ้างว่านำเงินไป ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุตำรวจคู่กรณีไปที่ไหนบ้าง ควรตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของตำรวจด้วย


ส่วนเรื่องแชร์ที่เกิดขึ้น ตนคิดว่าเป็นการสร้างข่าวมาโจมตีและเบี่ยงประเด็น ตนจึงอยากให้โอนคดีมาที่กองปราบฯ ตนมั่นใจในหลักฐานเพียงพอ ที่จะนำคนผิดมาลงโทษได้ แต่วันนี้ยังไม่ได้พบนายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เนื่องจากท่านติดภารกิจติดตามนายกฯ จึงยังไม่ได้ไปยื่นเรื่องยังกองปราบฯ ส่วนวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความกลับ 3 ข้อหา ซ้อปลาบอกว่าไม่กังวล เพราะว่ามั่นใจ วันนี้ก็ไปลงบันทึกประจำวันว่าไม่ได้หนีไปไหน และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง


671057


จากนั้น ทนายกิตติธัช โทรศัพท์ไปพูดคุยกับซ้อปลา กลางวงแถลงข่าว โดยน.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธ์ เปิดเผยว่า ทั้งสัปดาห์นี้ ตนกับแฟนได้ไปให้ปากคำกับทางคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ส่วนเรื่องวงแชร์ ตนยืนยันว่าไม่ได้หนีหายไปไหน ตนไปให้ปากคำแล้ว อยู่กับทนายความตลอด เหตุผลที่บ้านออมเงินแชร์มีปัญหานั้น ก่อนหน้านี้มีบุคคลกลุ่มคู่กรณี ไปปล่อยข่าวว่าบ้านแชร์ออมเงินล้ม คนก็แห่กันมาถอนเงินออมพร้อมกันทีเดียว ตนก็ตั้งตัวไม่ทัน แล้วก็ไปปั่นกระแสว่าตนหนี ซึ่งตนไม่ได้หนี ทำให้บ้านแชร์ตนสะดุด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนไม่เคยมีปัญหาโกงใคร ส่วนคนที่ปล่อยข่าวนั้นเป็นเพื่อนรักของตน และคิดว่าเกี่ยวข้องกับตำรวจชุดที่ไปค้นบ้านตน และตนจะแถลงข่างอีกครั้งในวันที่ 5 ต.ค.64 


นอกจากนี้ ทนายกิตติธัช กล่าวเสริมว่า ส่วนที่วงแชร์ไปล้อมบ้านและมีการทำร้ายร่างกาย กระชากหัวซ้อปลานั้น จะแจ้งความหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใช้สิทธิ์ของซ้อปลา แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มาปรึกษาเรื่องดังกล่าว 


656893


น.ส.ภัททิยา ทองสุวรรณ เพื่อนซ้อปลาและเป็นผู้เสียหายแชร์ ให้ข้อมูลว่า กรณีที่ซ้อปลาได้อ้างว่า เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่รู้จักกับตำรวจเอาเงินไปนั้น ตนก็พยายามสืบตามหา เนื่องจากล่าสุดซ้อปลา ให้การกลับคำว่าตำรวจไม่ได้นำเงินไป แต่เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งนำเงินไป โดยตนไม่มั่นใจว่าซ้อปลานั้น ติดค้างเงินกับเพื่อนคนนี้ด้วยจำนวนเงินประมาณ 3.5 ล้านบาทหรือไม่ โดยคาดว่าเงินจำนวน 5 ล้านบาทนั้น อาจจะมีความเป็นไปได้ที่คืนให้กับเพื่อนสนิทคนดังกล่าว


ส่วนที่บอกว่าเพื่อนสนิทกุเรื่องและทำให้ลูกแชร์ลุกฮือออกมาบุกบ้านนั้น ไม่จริงอย่างแน่นอน สาเหตุที่บุกบ้านนั้น เนื่องจาก ความเสียหายของลูกแชร์กว่าหลายราย รวม ๆ แล้วคาดว่า 20 ล้านบาท อีกทั้งถ้าเงินหายไปเพียงแค่ 5 ล้านนั้น คงไม่สามารถทำให้บ้านแชร์ล้มลงได้ ทางด้านซ้อปลา ก็ยืนยันว่าไม่มีเงิน ไม่มีการชดใช้ให้ลูกแชร์ ทั้งที่ตลอดระยะเวลาก่อนหน้าแชร์จะล้มนั้น ก็ยังเปิดรับแชร์ตลอดทั้งวัน และไม่มีใครได้เปียหรือนำเงินออกแม้แต่บาทเดียว แล้วในวันที่ 27 ก.ย.64 แชร์ของซ้อปลาก็ล้ม


746542


ในวันที่ 28 ก.ย.64 กลุ่มผู้เสียหาย ลูกแชร์เดินทางไปที่บ้าน และซ้อปลาก็อ้างว่าไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ตนจึงสงสัยว่า เงินกว่า 2 แสนบาท ก่อนที่จะปิดล้มแชร์ไปนั้นหายไปไหน ทำไมถึงไม่สามารถนำมาชดใช้ให้กับลูกแชร์ได้ ตนมองว่าเงิน 5 ล้านบาทที่อ้างว่าสูญหายไปนั้น เป็นการอ้างเพื่อที่จะต้องการล้มแชร์ อีกทั้งตนเห็นว่าซ้อปลา ตลอดระยะเวลาก็มักจะเดินทางเข้าไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญน้ำท่วม ถวายเงินให้กับวัด ตนเคยเห็นจำนวนเงินมากสุดประมาณ 100,000 บาท ที่ทางด้านซ้อปลา เคยทำบุญ ส่วนตัวไม่ทราบว่านำไปลดหย่อนภาษีหรือไม่ แต่เห็นจากเฟซบุ๊กซ้อปลา ตลอดว่าทำบุญประจำ 


"ตอนนี้เซฟบุ๊กของซ้อปลาได้ปิดตัวลงไปแล้ว ไม่สามารถค้นรูปภาพเก่า ๆ ได้ ล่าสุดจากที่ทราบจากทนาย มีผู้เสียหายกว่า 200 คน มูลค่าเกินกว่า 20 ล้าน มีโอกาสมูลค่าความเสียหายถึงหลัก 50 ล้าน ก็อยากฝากถึงผู้เสียหายที่เคยได้ออมเงิน เล่นแชร์ หรือออมทอง ให้ดำเนินการเข้ามาแจ้งความสำนักกฏหมายทนายใจดี เข้ามารวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกับซ้อปลา และรวบรวมจำนวนเงินผู้เสียหายเพื่อสืบทรัพย์ อายัดทรัพย์ของ ซ้อปลา เพื่อนำเงินมาชดใช้ให้กับผู้เสียหายต่อไป" น.ส.ภัททิยา กล่าว 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่