Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ตร.บุกทลายทุนจีน600ล้าน ใช้คนไทยถือหุ้น100%ซื้อสูติบัตรสวมสิทธิ์ลูกชาย

ตร.บุกทลายทุนจีน600ล้าน ใช้คนไทยถือหุ้น100%ซื้อสูติบัตรสวมสิทธิ์ลูกชาย

16 ก.ย. 69
11:53 น.
แชร์

ตร.บุกทลาย"นอมินี"โรงงานยาง 600 ล้าน คนจีนใช้คนไทยถือหุ้น100% ใน 3บริษัท พบซื้อสูติบัตรสวมสิทธิ์ลูกชาย แถมมีหมายจับฉ้อโกงจากจีน-คดีทำร้ายร่างกาย

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจท้องที่ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง DOPA N.I.C.E กรมการปกครอง ปปง. และผู้ว่าราชการจังหวัดสุมทรสาคร นำกำลังเข้า ตรวจค้น บริษัทนอมินีโรงงานผลิตยางรถ แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ใช้นอมีนีคนไทยในการถือครอง มูลค่ากว่า 600 ล้าน รวมถึงยังให้ลูกลชายชาวจีนสวมสูติบัตรคนตาย เพื่อใช้สิทธิ์ความเป็นคนไทย และยังพบว่ามีประวัติก่อเหตุอาชญากรรมทำร้ายคนจีนในไทย

โดยระหว่างตรวจค้น พลตำรวจเอกสำราญ ได้สอบปากคำผู้ต้องหาชาวจีน ได้รับสารภาพทั้งหมด ทั้งการใช้ลูกจ้างคนไทยมาเป็นนอมินีถือหุ้นบริษัท 3 บริษัท ถือหุ้น 100% เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายของไทย

พล.ต.อ.สำราญ ยังบอกอีกว่า ผู้ต้องหาคนนี้ ยังก่อเหตุ ทำร้ายร่างกาย หญิงชาวจีน และชิงทรัพย์ เมื่อปี 2567 ซึ่งคดีดังดล่าวอยู่ในชั้นศาลฎีกา โดนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน ส่วนที่การนำสูติบัตรของลูกผู้ต้องหาอีกคน มาให้ลูกชายสวมสิทธิ์ เพื่อเตรียมโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดให้ลูกชาย และผู้ต้องหายังมีหมายจับของประเทศจีน ในคดีทุจริตฉ้อโกงข้ามชาติที่ประเทศจีน

นอกจากนี้พลตำรวจเอกสำราญ ได้สอบปากคำลูกชาย อายุ 19 ปี เปิดใจกับสื่อว่า ตัวเองไม่ได้คิดว่าตนผิด เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่ถ้าผิดก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย และระบุอีกว่า ตอนแรกตนเองไม่ได้อยากอยู่ประเทศไทยแต่ถูกบังคับมา โดยมีลูกน้องของพ่อ เป็นคนดำเนินการ ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ชั้น ป.6 ทำให้ตัวเองต้องจำใจอยู่ไทยมา 5 ปี ลูกชาย บอกอีกว่า ตอนนี้ตนอยากกลับบ้านที่จีน เพราะ แม่ และย่า อยู่ที่ประเทศจีน แต่ตนไม่สามารถกลับไปได้

ส่วนเรื่องการ ใช้สูติบัตรคนตายทำบัตรประชาชนและใช้สิทธิประโยชน์ในการเป็นคนไทย ลูกชาย บอกว่า ส่วนตัวไม่รู้ ขณะเดียวกัน พล.ต.อ. สำราญ นวลมา สอบถามกลับทันทีว่า จะอ้างไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อมีหลักฐานเป็นบัตรประชาชน 2 คน

ส่วนผู้ต้องหาหญิงชาวเชียงดาว ที่เป็นนำชื่อลูกชายอายุ 5 ขวบ ที่เสียชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งตาย แต่กลับมีเจ้าหน้าของอำเภอเชียงดาว ประสานมาว่าขอใช้ชื่อลูกชายให้กับเด็กชาวจีน โดยได้รับค่าเดินทาง 500 บาท เบื้องต้น สารภาพไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฏหมาย เพราะตัวเองไม่รู้หนังสือ

พล.ต.อ.สำราญ บอกว่า หลังจากได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายเมียว อายุ37ปี เข้ามาประเทศไทย ปี2556 แล้วเข้ามาตั้งบริษัท 3 บริษัท ซึ่งมีสำนักงานใหญ่คือจุดที่เข้าตรวจค้นใน อ.อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร บริษัทแรก คือ เคทองลี่ ถือหุ้น39% แต่พอนำหุ้นมาไขว้ ถือว่าเป็นต่างด้าวถือหุ้น100% บริษัทที่สอง คือ เออีซี ถือหุ้น 41% มีคนไทยเป็นนอมินี 3คน เป็นพนักงานรับจ้างของบริษัทและบริษัทที่สามคือ เคทีแอล 40% แต่เมื่อนำหุ้นมาไขว้ พบว่าต่างด้าวถือหุ้น100%โดยทั้ง 3บริษัท มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับนอมินี ชัดเจนส่วนความผิดของนายเมียว ผู้ต้องหา พบว่า ยังได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานบริษัท ทั้งให้เซ็นรับสภาพหนี้และทำร้ายร่างกาย ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก2ปี 10เดือน ขณะนี้อยู่ในชั้นศาลฎีกา

และหลังจากนายเมียวเข้ามาในประเทศไทย และผ่านเครื่องตรวจสแกนใบหน้าของตม. พบว่า นายเมียว ไปตรงกับข้อมูลของนายลี่ ที่หลบหนีคดี ‘กระทำผิดฐานสนับสนุนการทุจริตในโครงการของรัฐ หรือคดีคอรัปชั่น’ มาประเทศไทย แต่มาใช้พลาสปอร์ตชาวเมียนมาร์เข้ามาในประเทศไทย ในชื่อ นายเมียว

โดยนายเมียว มีความผิดการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวและประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และจากการตรวจค้นและซักถามปากคำ นายเมียวให้การรับสารภาพว่า เป็นคนสัญชาติจีน และใช้พลาสปอร์ตสัญชาติเมียนมาร์ เข้ามาประเทศไทย โดยมีหลาสปอร์ตทั้งของจีนและของเมียนมาร์ รวใถึงยังพบเอกสารสำคัฯหลายรายการ ทั้งโฉนดที่ดินมูลค่า 9 ล้านบาท และจากการเข้าตรวจค้น ยังพบ นายธนดล อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นบุตรลายของนายเมียว โดยนายธนดล แสดงบัตรประชาชนไทย ต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม รายละเอียดบัตรประชาชนมีที่อยู่ ในอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้นายธนดล ยังแสดงสูติบัตร โดยมีชื่อบิดา และมารดาป็นคนไทย โดยบิดาคือนายจะตู และมารดาคือ นางนาฝา เกิดที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้เมื่อตรวจดีเอ็นเอ พบว่า ทั้งสองคนไม่ได้เป็นพ่อแม่ตัวจริงของนายธนดล ซึ่งจากการตรวจสอบการออกเอกสารใบสูติบัตร พบว่า คนออกบัตรคือ นายอำเภอเชียงดาว และถูกจับกุมในคดีช่วยชาวต่างด้าวออกบัตรประชาชนไปก่อนหน้านี้

โดยหลังจากนี้จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อพล.ต.อ.สำราญ สำหรับไทม์ไลน์ของนายเมียว พบว่า ตั้งแต่ปี 2556 นายเมียวเริ่มเข้ามาประเทศไทย โดยใช้พลาสปอร์ตสัญชาติเมียนมาร์ โดยเม.ย.ปี 2559 จัดตั้งบริษัทเคทองลี่ เป็นบริษีทแรก จากนั้น เดือนพ.ค.2559 ทางการจีน ออกหมายจับ

จากนั้น ก.พ.60 จัดตั้งบริษัท เออีซี ซึ่งเป็นบริษัทที่2 และบริษัทเคทีแอล เป็นบริษัทที่สาม 10 ก.พ.2561 ใช้พาสปอร์ตเมียนมาร์ ปี 2564 ก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนจีน ก่อนที่ 17 ก.ย.2564 นำลูกชายเข้ามาที่ประเทศไทย และดำเนินการสวมสิทธิ์ และไขว้หุ้นบริษัท ก่อนจะถูกจับกุม 2569

ด้าน นายพีรธร วิมลโลหการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ และรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ถึงแม้ตัวผู้ต้องหาในคดีนี้มีหมายจับในเรื่องของทุจริตจากประเทศจีน แต่ว่าความผิดทุจริตก็เป็นหนึ่งในความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงินด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็สามารถดำเนินการเกี่ยวกับยึดอายัดทรัพย์สินได้ แต่ในกรณีนี้ หากเราได้รับคำร้องขอจากทางประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่เขาทุจริตมาเสียหายเท่าไหร่ เราก็สามารถยึดทรัพย์สินแล้วก็นำไปคืนให้กับทางการจีนได้ แต่ในส่วนทรัพย์สินอื่นๆ หากมีการพิสูจน์ได้ว่านำเงินที่ได้จากการทุจริตมาลงทุน มีดอกผลเกิดขึ้น ตรงนี้สำนักงาน ปปง. ก็สามารถยึดอายัดทรัพย์สินไว้ได้เช่นเดียวกัน

Advertisement

แชร์
ตร.บุกทลายทุนจีน600ล้าน ใช้คนไทยถือหุ้น100%ซื้อสูติบัตรสวมสิทธิ์ลูกชาย