Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดใจหมวดจราจร ชีวิตพังเพราะค้ำให้เพื่อน เงินเดือนเหลือ 154 บาท

เปิดใจหมวดจราจร ชีวิตพังเพราะค้ำให้เพื่อน เงินเดือนเหลือ 154 บาท

16 ก.ย. 69
12:31 น.
แชร์

เปิดใจหมวดจราจร ชีวิตพังเพราะค้ำให้เพื่อนตำรวจร่วมรุ่น ถูกทิ้งหนี้จนล้มละลาย เงินเดือนเหลือ 154 บาท เมียเผยเครียดหนักสู้ชีวิตต่อ เปิดร้านอาหารตามสั่ง 

วันที่ 16 ก.ย. 69 ที่จ.สมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้เครื่องแบบตำรวจจราจรที่ยังคงออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน ไม่มีใครรู้ว่า “หมวดสมนึก”  ตำรวจจราจร สภ.บางพลี กำลังเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ในช่วงปลายชีวิตราชการ หลังการตัดสินใจค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนร่วมรุ่น กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตและครอบครัวแทบพังลง 

หมวดสมนึก เล่าว่า เมื่อหลายปีก่อน ตนและเพื่อนตำรวจรวม 3 คน เข้าร่วมกู้เงินในโครงการสวัสดิการของธนาคารแห่งหนึ่ง โดยตกลงค้ำประกันไขว้ให้กัน เพราะเชื่อใจว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียน และรับราชการมาด้วยกัน 

แต่ภายหลังเพื่อนที่หมวดสมนึกค้ำประกันให้ประสบปัญหาทางการเงิน ก่อนหยุดชำระหนี้ ทำให้ธนาคารติดตามเรียกเก็บจากผู้ค้ำประกัน โดยยอดเงินต้นที่ถูกเรียกชำระเหลือประมาณ 1,530,000 บาท 

“เราไว้ใจกัน เพราะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เขาเคยค้ำให้ผม ผมก็ค้ำให้เขา ไม่คิดว่าสุดท้ายเขาจะไม่รับผิดชอบ ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมคงไม่เซ็นค้ำ” 

หลังได้รับหมายศาล หมวดสมนึกต้องเดินทางไปไกล่เกลี่ยที่ศาลล้มละลายกลางหลายครั้ง พร้อมพยายามติดต่อให้ผู้กู้ออกมารับผิดชอบ 

หมวดสมนึกอ้างว่า เคยเสนอให้ผู้ค้ำประกันอีกคนช่วยกันแบ่งภาระหนี้ เพื่อยุติปัญหา แต่ผู้กู้ยังยืนยันว่าจะสามารถจัดการหนี้ได้เอง กระทั่งท้ายที่สุดไม่มีการชำระตามที่รับปาก และคดีดำเนินมาถึงขั้นที่หมวดสมนึกถูกสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย 

เขาตัดสินใจไม่ยื้อกระบวนการต่อ เพราะเกรงว่าปัญหาจะลุกลามไปถึงตำรวจคนอื่นที่ค้ำประกันเงินกู้ของตนอีกทอดหนึ่ง 

“ถ้าผมยื้อไป คนที่ค้ำให้ผมก็อาจเดือดร้อนต่อ ผมจึงตัดสินใจยอมรับ เพื่อให้วงจรหนี้มันจบ ไม่อยากให้คนอื่นต้องมารับปัญหาต่อจากผม” 

ผลจากปัญหาหนี้สิน ทำให้ปัจจุบันหมวดสมนึกได้รับเงินสำหรับการครองชีพเดือนละ 24,754 บาท แต่ต้องนำไปชำระหนี้สหกรณ์ตำรวจเดือนละ 24,600 บาท จึงเหลือเงินเข้าบัญชีเพียง 154 บาทต่อเดือน 

รายได้ทั้งหมดของครอบครัวจึงตกอยู่กับนางหนูภักษ์ ผู้เป็นภรรยา ซึ่งต้องขายอาหารหาเลี้ยงครอบครัว หากวันใดหยุดขายก็เท่ากับไม่มีรายได้ ขณะที่ยังมีลูกกำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา 

 ด้านภรรยาหมวดสมนึก กล่าวว่า “ตอนรู้ว่าเขาถูกฟ้องล้มละลาย พูดไม่ออกและเครียดมากค่ะ ทุกวันนี้ต้องอาศัยรายได้จากร้านอาหารเป็นหลัก ถ้าหยุดขายก็ไม่มีรายได้ เงินที่หามาได้ก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัว” 

ก่อนเกิดเรื่อง หมวดสมนึกวางแผนไว้ว่าจะขอย้ายกลับไปทำงานที่ จ.เพชรบูรณ์ บ้านพักก็สร้างเสร็จแล้ว และตั้งใจจะกลับไปใช้ชีวิตหลังเกษียณที่บ้านเกิด 

แต่เมื่อถูกฟ้องล้มละลาย ความฝันทั้งหมดต้องหยุดลง เพราะหากย้ายกลับต่างจังหวัด รายได้จากการค้าขายของครอบครัวอาจลดลง ขณะที่ภาระหนี้ยังคงอยู่ 

รถยนต์ที่กำลังผ่อนก็ต้องรวบรวมเงินจ่ายครั้งละ 2–3 เดือน ครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายทุกด้าน รถยนต์แทบไม่ได้ใช้งาน และอาศัยรับประทานอาหารจากร้านของครอบครัวเพื่อประหยัดเงินให้มากที่สุด 

“ผมไม่เคยคิดว่าช่วงปลายชีวิตราชการจะต้องมาเจอแบบนี้ เงินเก็บก็ไม่มี เงินเดือนเหลือ 154 บาท แผนกลับไปอยู่บ้านหลังเกษียณต้องพับหมด แต่ตอนนี้ยังสู้ครับ เพราะยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล” หมวดสมนึก กล่าว 

แม้จะเจ็บปวดจากการถูกเพื่อนที่ไว้ใจทิ้งภาระหนี้ไว้ให้ แต่หมวดสมนึกบอกว่า วันนี้ต้องยอมรับผลจากการตัดสินใจของตัวเอง พร้อมฝากเรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ถึงเพื่อนข้าราชการและประชาชนทั่วไป 

ก่อนเซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ใคร อย่าตัดสินใจเพียงเพราะความสนิทหรือคำว่าเพื่อน แต่ต้องตรวจสอบวินัยทางการเงิน ความรับผิดชอบ และวัตถุประสงค์ของการกู้ให้รอบคอบ เพราะหากผู้กู้ไม่ชำระ ผู้ค้ำอาจต้องแบกรับภาระหนี้ จนกระทบทั้งเงินเดือน หน้าที่การงาน และอนาคตของครอบครัว 

“พลาดครั้งเดียวอาจกระทบไปทั้งชีวิต ต้องดูให้ดีว่าเขากู้ไปทำอะไร และมีความรับผิดชอบแค่ไหน อย่าเชื่อใจเพียงเพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ส่วนผมเจ็บมาก แต่เราพลาดไปแล้ว ก็ต้องทำใจและสู้ต่อไป” 

 ปัจจุบัน ทางครอบครัวเปิดร้านอาหารตามสั่งในตลาดเฟส 1 ของเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ 1 ชื่อร้านว่า “เจ้หนูอาหารตามสั่ง”

Advertisement

แชร์
เปิดใจหมวดจราจร ชีวิตพังเพราะค้ำให้เพื่อน เงินเดือนเหลือ 154 บาท