
3 ก.ย.69 นางสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ชาวปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนมีปัญหาคิ้วตกจนหนังตามาปิดดวงตาทำให้มองเห็นไม่ชัด และน้ำตาไหลตลอดเวลา เมื่อเห็นคลินิกแห่งหนึ่งย่านบางนา มีโปรโมชั่นผ่าตัดศัลยกรรมยกคิ้ว ราคา 25,000 บาท จึงได้ไปอ่านรีวิวและตัดสินใจทำ เมื่อ 11 กันยายน 2568
หลังจากผ่าตัดยกคิ้ว พบว่ามีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่เหนือคิ้วทั้งสองข้าง คุณหมอแจ้งว่าต้องใช้เวลา 8 เดือน รอยแผลจะหายไป แต่กลับไม่มีอะไรดีขึ้น จึงกลับไปหาหมออีกครั้ง แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่ต้องพูด ให้ฟังหมอ ไปเลเซอร์
ตนพยายามติดต่อคุณหมอที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมยกคิ้วมาโดยตบอด หวังว่าจะมีการช่วนเหลือแก้ไขและรักษารอยแผลเป็นขนาดใหญ่ แต่สุดท้ายทีเพียงเจ้าของคลินิกย่านบางนา ที่ให้เงินรับผิดชอบช่วยเหลือ 35,000 บาท ส่วนหมอที่ผ่าตนย้ายไปอยู่คลินิกอื่น
ตนจึงตัดสินใจไปหาหมอคนใหม่ที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ เพื่อรักษารอยแผลเป็นขนาดใหญ่เหนือคิ้วทั้ง 2 ข้าง โดยมีค่าใช้จ่ายในการเลเซอร์ 20,000 บาท ต่อคอร์ส และค่ายาทาแผลเป็นหลอดละ 1,500 บาท รวมตลอด 8 เดือน เสียใช้จ่ายไปประมาณเกือบ 70,000 บาท
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนมีอาชีพค้าขาย ต้องติดต่อลูกค้าและร้านค้าส่งต่างๆ ทำให้ได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน มีคนแซวว่า "สี่คิ้ว" ทำให้ไม่กล้าออกไปเจอหน้าใคร ส่งผลกระทบทางจิตใจจนต้องกินยารักษาอาการซึมเศร้า จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา
ล่าสุด ดร.ธนกฤต พร้อม ทีมวิเคราะห์ (กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) , กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข , ตำรวจ สน.หนองแขม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ดร.ธนกฤต ระบุว่า หลังตนได้รับการร้องเรียนก็ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นตอนแรกทางคลินิกไม่ยอมให้เข้าตรวจค้นจึงใช้เวลาพูดคุยเจรจาประมาณ 2 ชั่วโมง จนสุดท้ายคุณหมอก็ยอมให้เข้าตรวจค้นโดยการนำของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.มีผู้ร้องว่า มาเฝ้าคุณแม่ที่ทำการผ่าตัด แต่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวภายในคลินิก เนื่องจากขอออกไปซื้ออาหารและน้ำแต่คลินิกไม่ยอมให้ออก ซึ่งเป็นเหตุซึ่งหน้าในอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่จะใช้อุปกรณ์มาตัดถ่างเปิดประตู แต่ต่อมาคุณหมอยอมให้เจ้าไปตรวจสอบและเปิดประตูให้ จึงมีการเขิญผู้เสียหายไปให้ข้อมูลที่สถานีตำรวจ
นอกจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพที่เข้าไปตรวจสอบคชิกนิก พบว่า คลิติกได้รับการขออนุญาตอย่างถูกต้อง แต่มีสิ่งเดียวคือเรื่องของการผ่าตัดศัลยกรรม ที่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากว่ายังไม่มีใบอนุญาต จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งจะการดำเนินการตามกฏหมายต่อไป และยังพบว่ามีการทำหัตถการกับผู้ที่มาดึงหน้า คุณหมอก็ยอมรับว่าได้ดำเนินการตรงนี้ไปก่อน โดยที่ทราบว่าตัวเองยังไม่ได้รับอนุญาตในการผ่าตัดในส่วนนี้
ตนอยากให้คนที่เริ่มต้นทำคลินิก หรือโรงพยาบาล ควรต้องประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพขออนุญาตดำเนินการให้ถูกต้องก่อนดำเนินการเปิดทำการ และขอเน้นย้ำว่า การอยู่ระหว่างการขออนุญาต = ยังไม่ได้อนุญาต ดังนั้นหากไปทำหัตถการ เปิดคลินิกเพื่อให้เกิดการบริการ จึงถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
2.เคสของ นางสมบูรณ์ ที่ได้ผ่าตัดศัลยกรรมยกคิ้ว คุณหมอก็ได้เจอกับคนไข้ และจะมีการนัดหมายไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ด้าน นางสมบูรณ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยหลังได้เจ้าไปพูดคุยกับคุณหมอคู่กรณี ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมยกคิ้ว โดยระบุว่า ตนทนทุกข์มา 8 เดือน กับการที่ไม่มีการรับรับผิดชอบของคุณหมอ ทั้งที่พยายามติดต่อกับคุณหมอ แต่คุณหมอมีการบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบ ไล่ให้ไปทำเลเซอร์ ตนก็ไปทำด้วยเงินตัวเอง แบะที่ผ่านมายังถูกบ้อสารพัด ทั้ง แมวกวัก สี่คิ้ว และ ชินจัง
แต่วันนี้ คุณหมอคู่กรณีเขายอมรับว่าได้ผ่าตัดยกคิ้วให้ตน และมีท่าทีต่างจากในตอนแรก ซึ่งคุณหมอจะไปเข้าสู่กระบวนการไกลี่เกลี่ย
Advertisement