
เป็นคดีความกันมายาวนานกว่า 2 ปี สำหรับ "ปิ่น เลอลักษณ์" และ "ต้อม รัชนีกร" ล่าสุด วันนี้ศาลจังหวัดนนทบุรีนัดฟังคำพิพากษา ถูกเลื่อนออกไป คุณต้อม (โจกท์) ยื่นเอกสารเพิ่มเติม ด้านคุณปิ่น(จำเลย) มั่นใจพยานหลักฐานทางการแพทย์สู้คดีเต็มที่ -ชี้ผลตรวจวิทยาศาสตร์ยันเส้นประสาทปกติ สวนทางคำฟ้องที่อ้างว่าปากชา-เสียหายรุนแรง เผยตลอด 2 ปีโรงพยาบาลบอบช้ำหนัก ลูกค้าแห่ถอนมัดจำสูญรายได้ มหาศาล ยันหากหลังจากนี้ได้รับความยุติธรรม เตรียมฟ้องกลับเรียกคืนศักดิ์ศรี 100 ล้านบาทพร้อมพิสูจน์ความจริง 6 สิงหาคมนี้
เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลจังหวัดนนทบุรี "คุณพิศพรรณ ศรีไชยยันต์" ผู้บริหารโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมกับ ทนาย กฤตย์ สมุทรโคตา เดินทางมาเพื่อฟังคำพิพากษาในคดีที่อดีตนางเอกดัง "ต้อม รัชนีกร พันธุ์มณี" ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท โดยอ้างว่าการทำศัลยกรรมตัดกราม ยุบโหนก และดึงหน้า เกิดความผิดพลาดจนทำให้ได้รับความเสียหายต่อร่างกาย
เวลาต่อมา 10:30 น. ศาลได้มีการเลื่อนการฟังคำพิพากษาเนื่องจาก ทางด้านโจทย์ "ต้อม รัชนีกร พันธุ์มณี" มีการยืนเอกสารเพิ่มเติมเป็นเหตุให้ต้องทำการพิจารณาเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไป
ทั้งนี้คุณปิ่น เปิดใจกับทีมข่าวด้วยความมั่นใจว่าสำหรับการเลื่อนฟังคำพิพากษาวันนี้เพราะทางคุณต้อม ยื่นหลักฐานเอกสารเพิ่มเติม ไม่ทำให้ตนเกิดความกังวลใจ เพราะทางโรงพยาบาลและคณะแพทย์ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถและถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยมีหลักฐานสำคัญจากการสืบพยานเมื่อ 3 เดือนก่อน คือผล CT Scan ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าไม่มีการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่ก่อให้เกิดอาการชาตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ พยานแวดล้อมจากสื่อโซเชียลยังพบว่าคู่กรณียังสามารถใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งการอ้าปากและร้องเพลง ซึ่งขัดแย้งกับคำฟ้องอย่างสิ้นเชิง
ยอมรับที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลบอบช้ำทางธุรกิจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบ 2 ปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของโรงพยาบาลที่สั่งสมมานานกว่า 25 ปี มีลูกค้าจำนวนมากขอยกเลิกนัดและขอรับเงินมัดจำคืนเนื่องจากขาดความเชื่อถือหลังเห็นข่าวในเชิงลบ ทำให้โรงพยาบาลสูญเสียรายได้รวมแล้วหลายสิบจากเหตุการณ์นี้
ทั้งนี้หากศาลตัดสินให้ทางโรงพยาบาลเป็นฝ่ายชนะ ตนเตรียมปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการ ฟ้องกลับทันที เพื่อเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงซึ่งอาจสูงถึง 100 ล้านบาท แต่หากผลการตัดสินออกมาในทางตรงกันข้าม ตนก็พร้อมจะรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินสด 50 ล้านบาทตามคำสั่งศาลทันที แต่จะใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์สู้คดีในชั้นต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและความถูกต้องให้กับทีมแพทย์และโรงพยาบาลเลอลักษณ์
ด้านทนาย กฤตย์ สมุทรโคตา เผย สาเหตุที่ศาลสั่งเลื่อนเนื่องจากฝ่ายจำเลยได้มีการยื่นเอกสารเพิ่มเติม จากเดิมที่มีอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว เพื่อให้ศาลได้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและชัดเจนที่สุด แม้จะเป็นการยื่นภายหลังการสืบพยานเสร็จสิ้น แต่เนื่องจากเป็นเอกสารที่มีนัยสำคัญต่อรูปคดี ศาลจึงรับไว้และเปิดโอกาสให้ฝ่ายโจทก์ได้ทำคำคัดค้านตามระเบียบ
ซึ่งทางทีมกฎหมายยืนยันว่า ไม่ได้มีความกังวลใจ และพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในการให้บริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน โดยการยื่นเอกสารครั้งนี้ทำไปเพื่อความโปร่งใสและให้ข้อเท็จจริงปรากฏแก่ศาลอย่างครบถ้วนที่สุด ไม่ได้เป็นการประวิงเวลาแต่อย่างใด
ทั้งนี้ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 9.00 น. โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องมีการส่งร่างคำพิพากษาไปยังอธิบดีผู้พิพากษาภาคเพื่อตรวจพิจารณา เนื่องจากเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูงและอยู่ในความสนใจของประชาชน
Advertisement