
วันที่ 3 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ เดินทางมายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บริจาคเงินให้แก่พรรคจำนวน 200,000 บาท รวมถึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน และขอให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคประชาชน
นายทันกวินท์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อสองวันก่อนตนได้ไปเจอ น.ส.รักชนก ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นหิ้วแฟ้มเอกสารเป็นปึก เพื่อพูดถึงเรื่องการทุจริตต่างๆ จึงเกิดความสงสัยว่า กรณีเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท ที่เคยมีการร้องเรียนไปคราวก่อนนั้น ทาง น.ส.รักชนก ได้ตรวจสอบความโปร่งใสของตนเองก่อนหรือไม่ ก่อนที่จะไปกวาดบ้านคนอื่น เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจนว่าเงินบริจาค 200,000 บาท ที่เข้าพรรคประชาชนนั้นมีที่มาจากไหน
นายทันกวินท์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่ได้มีการเปิดเผยและแถลงต่อสาธารณะผ่านทาง ป.ป.ช. ปรากฏว่า น.ส.รักชนก มีเงินฝากอยู่เพียง 170,000 บาท แต่มีหนี้สินอยู่กว่า 2 ล้านบาท ซึ่งโดยวิญญูชนทั่วไปเมื่อมีหนี้สินก็ต้องชำระหนี้ก่อน จึงตั้งคำถามว่าเงิน 200,000 บาทดังกล่าวนำมาจากที่ใด ในเมื่อรายได้ที่ระบุไว้มีเพียงรายได้จากการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น อีกทั้งยอดเงินที่ปรากฏในการแถลงเรื่องการบริจาคเงินที่แจ้งไว้กับ ป.ป.ช. กลับระบุว่าบริจาคเงินเข้าไปเพียงแค่ 36,000 บาทเท่านั้น
นอกจากนี้ สิ่งที่พบเพิ่มเติมคือ มีข้อมูลว่า น.ส.รักชนก ได้กู้ยืมเงินมาจาก นายเขมชาติ ฉัตรตรัสตรัย สมาชิกพรรคประชาชน เป็นจำนวนเงินกว่า 400,000 บาท ซึ่งยังคงมีสถานะเป็นหนี้อยู่ แต่ต่อมานายเขมชาติ กลับได้รับเลือกให้เป็นผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันกับเงิน 200,000 บาทหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ ตนจึงยื่นคำร้องเพื่อให้ทาง กกต. ส่งเรื่องไปยังป.ป.ช. ให้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทั้งในส่วนของผู้กู้และผู้ให้กู้ เกี่ยวกับเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาทนี้ และที่สำคัญเงินบริจาคก้อนนี้เป็นเงินที่เข้าสู่พรรคประชาชน โดย น.ส.รักชนก ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกพรรค ซึ่งเคยเข้าร่วมการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าเงิน 200,000 บาทมาจากไหนไม่ได้ พรรคประชาชนจึงควรต้องรู้ว่าเงินดังกล่าวไม่ได้เสียภาษี หรือเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริตหรือไม่ หากพบว่ารู้เห็นว่าเป็นเงินที่ไม่สุจริต ก็อาจนำไปสู่กระบวนการยุบพรรคประชาชน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (3) ประกอบมาตรา 72 คือห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยรู้ หรือควรรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
Advertisement