
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนในคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารและเส้นทางการเงินของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีทางกฎหมายไปมากแล้ว โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับร้านทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นเจ้าของที่จดทะเบียนเปิดร้านตามกฎหมาย 2 คน คือ เจ้าของร้านที่ได้บาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้อง ICU และแม่ของเจ้าของร้าน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคคลที่เป็นหุ้นส่วน หรือหุ้นลมอีก2 คน ซึ่งตำรวจทราบตัวทั้งสองคนนี้ทั้งหมดแล้ว
โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินของร้านไปยังทั้ง 4 คน ว่าเป็นไปในรูปแบบพฤติการณ์ใดอย่างละเอียด เพื่อดูทิศทางการไหลเวียนของเงินที่ได้จากร้านว่าถูกโอนย้ายไปที่ใดบ้าง โดยเฉพาะเงินที่โอนเข้าบัญชีของเจ้าของร้าน ,ผู้เป็นแม่, และหุ้นส่วนอีก 2 คน ว่า มีจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพฤติการณ์ทางการเงินเหล่านี้ไปผนวกเข้ากับหลักฐานอื่นๆ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับการพิจารณาข้อหาและพฤติการณ์ในคดีนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนได้นำไปเปรียบเทียบกับคดีที่คล้ายกันในอดีต คือ คดีไฟไหม้ที่ผับชลบุรี หรือคดีผับซานติก้า ซึ่งในคดีนั้นศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษตัวการหรือเจ้าของร้านเพียงคนเดียวในฐานะตัวการหลัก เมื่อเปรียบเทียบสถานะทางการเงินพบว่า กลุ่มผู้เกี่ยวข้องในคดีโรงเบียร์ลาดพร้าว ไม่ได้ร่ำรวยเท่าคดีของซานติก้าผับ แต่ก็ถือว่ามีเงินและทรัพย์สินอยู่ในระดับหนึ่ง
เบื้องต้นผู้เกี่ยวข้องอาจต้องถูกดำเนินคดีอย่างน้อยประมาณ 3 ข้อหาเดิม และอาจมีการแจ้งข้อหาใหม่เพิ่มเติมในเรื่องของความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการอีกด้วย ซึ่งยังไม่รวมถึงคดีในทางแพ่งที่ต้องชดใช้ความเสียหายตามมานอกจากหลักฐานทางการเงินแล้ว
ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด หลังจากที่ได้ไฟล์ภาพและเซิร์ฟเวอร์กล้องทั้ง 16 ตัวของร้านกลับมาจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่สามารถกู้คืนภาพจากกล้องวงจรปิดความยาวประมาณ 30 นาทีกลับมาได้สำเร็จ และอยู่ระหว่างการเปิดไล่ดูเหตุการณ์อย่างละเอียดในทุกช็อต จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อหันหน้าเข้าหาเวที จุดเริ่มต้นของกลุ่มควันได้เกิดขึ้นจากทางด้านซ้ายของเวที ก่อนที่กลุ่มควันดังกล่าวจะลุกลามต่อเนื่องไปทางด้านขวาอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นประกายไฟลุกลามต่อเนื่องกัน ทั้งนี้จะนำข้อมูลที่ได้ไปผนวกกับคำให้การของพยานแต่ละคนทั้งพนักงานภายในร้านนักเที่ยวรวมถึงเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ
Advertisement