
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงิน 3 ผู้ต้องหา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนตามปกติ โดยตำรวจต้องตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงินและเส้นทางการติดต่อสื่อสารของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหา
ส่วนรายละเอียดว่าพบเส้นทางการเงินหรือพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัวการหรือใครบ้าง ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลในสำนวนการสอบสวน ซึ่งยังไม่เหมาะสมที่จะนำออกมาเปิดเผยในขณะนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ผู้ต้องหาบางรายถูกระบุว่ามีความใกล้ชิดกับนักการเมือง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวติดตลกว่า ผมใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีมากกว่า พร้อมยืนยันว่าไม่รู้สึกหนักใจ เพราะนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการทุกคดีอย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับเลขาธิการ ป.ป.ท. ที่มีแนวทางการทำงานสอดคล้องกัน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า ผู้บริหารหลายฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การทุจริตเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและสร้างความเสียหายต่อประเทศ ดังนั้นการดำเนินการจึงต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัยและการดำเนินคดีอาญา ซึ่งหากเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐก็จะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ส่วนคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจของตำรวจสอบสวนกลางก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังต้องการข้อมูลที่มีความชัดเจน ถูกต้อง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จัดตั้งขึ้นก็ได้ดำเนินการมาในระดับหนึ่งแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อนำมาวิเคราะห์ สรุปผล และเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป พร้อมย้ำว่า ไม่หนักใจอะไรเลย ในการดำเนินคดีนี้
Advertisement