
วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สินธ์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.รำไพ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ว่าลูกชายชื่อนายอดุลย์ หรือ เอ็ม อายุ 28 ปี เสพยาบ้าจนมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด ข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ก็ยังนั่งเสพยาอยู่ในห้องนอนภายในบ้าน
หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจสายตรวจ 191 รุดไปตรวจสอบ โดยมี น.ส.รำไพ ผู้เป็นแม่ นั่งรถไปกับตำรวจ และนำทางเข้าไปที่บ้าน เมื่อไปถึงตำรวจได้เดินตรงเข้าไปห้องนอนของนายอดุลย์ทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นายอดุลย์เดินออกมาจากห้องนอน ตำรวจจึงเข้าไปควบคุมตัว โดยไม่มีการต่อสู้หรือขัดขืน
จากนั้นตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นภายในห้องนอน พบว่าในกระเป๋าเก็บเหรียญเงินมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ข้างใน 21 เม็ด ภายในห้องมีสภาพรก เสื้อผ้ากองไม่เป็นระเบียบ ตามพื้นที่มีเศษฟอยล์ ตกเกลื่อนพื้น ที่พนังห้อง ที่นอน และหมอน มีการใช้ปากกาเคมี เขียนลวดลาย คล้ายอักขระลงยันต์อยู่ทั่วห้อง ตำรวจได้นำตัวนนายอดุลย์ฯ พร้อมยาบ้าของกลางไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก นายอดุลย์ ยินยอมเดินไปขึ้นรถตำรวจอย่างง่ายดาย แต่ยังอยู่ในอาการประสาทหลอน พูดจาไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์ สื่อสารอะไรก็สับสนฟังไม่รู้เรื่อง จับใจความได้ว่า “นอนอยู่ในห้อง ผมขู่แม่ไม่ไหวหรอก เสพยาบ้ามานานแล้ว มีพี่อีกคนหนึ่งก็เสพด้วย ไม่รู้ว่ายาบ้ามีกี่เม็ด แต่พี่เขาเสพไปหมดแล้ว”
หลังจากนั้นนายอดุลย์ได้ก้มลงกราบเท้าแม่ด้วยอาการเบลอๆ แม่ได้แต่นั่งนิ่งน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเสียใจ ก่อนบอกลูกด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ให้อภัยได้ แต่จะให้ตำรวจจับดำเนินคดีถึงที่สุด”
น.ส.รำไพฯ เล่าว่า ตอนเช้าลูกโวยวายขอเงิน 120 บาท เพื่อเอาไปซื้อยาบ้า ช่วงสายก็มาขอเงินอีกรอบ ตนไม่ให้ ลูกก็เลยโวยวายอีก ตนกลัวจะถูกทำร้าย ก็เลยมาแจ้งความ ลูกชายติดยาบ้ามานานแล้ว ขอเงินทุกวัน วันละ 200 – 300 บาท ไม่ทำการทำงาน เอาแต่เสพยา ได้เงินไปไม่พอ ยังจะลักของที่บ้านไปขายอยู่ประจำ หากไม่ได้เงินลูกจะด่าหยาบคาย ด่าโคตรพ่อโคตรแม่ พังข้าวของภายในบ้าน บางครั้งก็เอามีดมาชี้หน้า มาจี้หน้า วันนี้ยังไม่ถึงขั้นชักมีด แต่เห็นท่าไม่ดี ตนก็เลยรีบมาแจ้งความ “อยากให้ลูกติดคุกไปเลยดีกว่า เพราะตนอยู่บ้านไม่ได้เลย ลูกชายจะโวยวายอยู่ตลอด คนที่บ้านก็มีแต่ผู้หญิง เขาอยู่ก็จะอันตรายมาก เพื่อนบ้านก็รำคาญ อยู่บ้านก็สร้างแต่ปัญหา ให้ลูกชายติดคุกเสียดีกว่า”
เบื้องต้นตำรวจทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีผลเป็นบวกหรือฉี่ม่วง และทำการแจ้งข้อหา เสพและครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และ กรรโชกทรัพย์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Advertisement