Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
แก๊งปากีฯ ควักของลับใส่นายกสมาคมอินเดีย ฉุนถูกอัดคลิปแฉสมุนไพรลวงโลก

แก๊งปากีฯ ควักของลับใส่นายกสมาคมอินเดีย ฉุนถูกอัดคลิปแฉสมุนไพรลวงโลก

17 มิ.ย. 69
08:42 น.
แชร์

มาเฟียหาดพัทยา! แก๊งปากีฯ เหิมเกริม ควักของลับท้าทายกฎหมายใส่นายกสมาคมอินเดีย เหตุฉุนถูกอัดคลิปแฉขบวนการยาสมุนไพรลวงโลก

 

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 21.00 น. นายลักษมัน ซิงห์ (Mr. Lakhsman Singh) นายกสมาคมอินเดียพัทยา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกชายชาวปากีสถานก่อเหตุแสดงพฤติกรรมโชว์ให้ของลับต่อหน้ากล้อง ขณะกำลังบันทึกคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่เตือนภัยนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเกี่ยวกับแก๊งหลอกขายยาสมุนไพรที่กำลังระบาดในพื้นที่เมืองพัทยา

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเหิมเกริมของกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหา ซึ่งดูเหมือนไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐ แม้จะอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางสัญจรจำนวนมาก โดยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา ก่อนเปรียบเทียบปรับ MR.TARIO อายุ 30 ปี สัญชาติ ปากีสถาน ในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า เป็นเงิน 2,000 บาท และปล่อยตัวไป

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังติดตามทำข่าวอยู่ภายในโรงพัก กลับพบเรื่องราวที่น่าตกใจยิ่งกว่า เมื่อมีนักท่องเที่ยวชายชาวบังกลาเทศรายหนึ่ง เดินทางเข้าแจ้งความว่าถูกขบวนการหลอกขายยาสมุนไพรสูญเงินกว่า 10,000 บาท โดยผู้เสียหายให้การผ่านล่ามว่า ขณะเดินเล่นอยู่บริเวณชายหาดพัทยา ได้มีกลุ่มชายชาวปากีสถานเข้ามาพูดคุยตีสนิท พร้อมอ้างว่าสามารถช่วยรักษาอาการลงพุงและเสริมสมรรถภาพทางร่างกายได้

แม้เจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธหลายครั้ง แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลหลายคนเดินเข้ามาล้อมรอบ สร้างความกดดันจนรู้สึกไม่ปลอดภัย ก่อนถูกชักชวนให้เดินไปซื้อ น้ำผึ้ง จากร้านสะดวกซื้อ และพาไปยังร้านจำหน่ายสมุนไพรแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการสาธิตและผสมตัวยาโชว์ต่อหน้า จนสุดท้ายต้องยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย

หลังได้รับแจ้งเรื่อง ผู้สื่อข่าวจึงร่วมกับผู้เสียหายวางแผนเดินทางไปยังร้านสมุนไพรที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อไปถึงพบว่าบริเวณหน้าร้านมีการปิดกั้นด้วยแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดทึบ พร้อมติดป้ายห้ามถ่ายภาพอย่างชัดเจน ภายในมีหญิงไทย 2 คนทำหน้าที่ให้บริการ ส่วนด้านหน้าพบร่องรอยของกลุ่มชาวปากีสถานนั่งจับกลุ่มอยู่ แต่ทันทีที่เห็นผู้สื่อข่าวและผู้เสียหาย ต่างพากันลุกขึ้นเดินแยกย้ายออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น พนักงานบางส่วนมีท่าทีหลีกเลี่ยงและเดินหนี ไม่ยินยอมให้ข้อมูล ขณะที่พนักงานหญิงรายหนึ่งยอมรับในเวลาต่อมาว่า ปกติจะมีชาวปากีสถานทำหน้าที่ชักชวนนักท่องเที่ยวจากบริเวณชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ภายในร้าน ก่อนจะมีการเสนอขายยาสมุนไพรในราคาสูง โดยมีบอสชาวปากีสถาน ซึ่งมีภรรยาเป็นคนไทย เป็นเจ้าของร้านดังกล่าว

ภายหลังการเจรจา ทางร้านยอมคืนเงินให้ผู้เสียหายจำนวน 8,000 บาท โดยอ้างว่ามีการหักค่าใช้จ่ายบางส่วน เนื่องจากการชำระเงินเดิมเป็นสกุลเงินยูโร อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ติดใจเงินส่วนที่เหลือ เพราะต้องการเดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด

นักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ เปิดเผยด้วยความโล่งใจว่า รู้สึกขอบคุณผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือจนได้รับเงินคืนบางส่วน พร้อมยอมรับว่าขณะเกิดเหตุรู้สึกหวาดกลัวและกังวลว่าจะถูกทำร้าย จึงจำใจยอมทำตามทุกอย่าง โดยเดิมมีแผนท่องเที่ยวที่พัทยาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แต่หลังจากเผชิญเหตุการณ์ดังกล่าวกลับรู้สึกไม่ปลอดภัย และตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับประเทศในวันรุ่งขึ้นทันที

แหล่งข่าวในกระบวนการสอบสวนเปิดเผยว่า กรณีลักษณะนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยที่ผ่านมาเคยมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียและชาวต่างชาติหลายสัญชาติเดินทางเข้าแจ้งความในลักษณะคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง บางรายสูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท ซึ่งสูงสุดมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100,000 บาท

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญที่สะท้อนปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างพัทยา ท่ามกลางความกังวลว่าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งตรวจสอบอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนของกลุ่มนายหน้า ร้านจำหน่ายสมุนไพร แหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความถูกต้องตามกฎหมายของการประกอบกิจการ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการคืนเงินหรือยอมความเป็นรายกรณี เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังสะสมเป็นบาดแผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง หากปล่อยให้ขบวนการลักษณะนี้ดำเนินการอย่างลอยนวลต่อไป

Advertisement

แชร์
แก๊งปากีฯ ควักของลับใส่นายกสมาคมอินเดีย ฉุนถูกอัดคลิปแฉสมุนไพรลวงโลก