
(17 มิ.ย. 2569) นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง/ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีราษฎรในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง พบความผิดปกติของไข่ไก่หลังจากนำไปต้ม โดยมีลักษณะไข่ขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงชมพูและไข่แดงมีสีส้ม สร้างความกังวลใจให้แก่ประชาชนว่าอาจเป็นไข่ปลอม จึงได้สั่งการให้บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบว่าทางร้านไม่ได้มีเจตนาจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีคุณภาพแต่อย่างใด โดยไข่ไก่ทั้งหมดรับมาจากบริษัทขายส่งใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ทางร้านได้แสดงความรับผิดชอบและพร้อมเปลี่ยนสินค้าให้ทันทีหากพบความผิดปกติ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
โดยเมื่อบ่ายวานนี้ (16 มิ.ย. 2569) ทาง นายวีรภัทร เทพวงสา รักษาการฯปศุสัตว์อำเภอแม่สะเรียง ได้ร่วมกับทาง นายกมล ใจถา สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง ลงพื้นที่ตรวจสอบไข่ร้านค้า กรณีไข่ไก่เปลี่ยนเป็นสีชมพู ซึ่งปศุสัตว์จะเข้ามาดูแลในเรื่องแหล่งที่มาของไข่มีที่มาอย่างไรจากฟาร์มไหน รวมถึงการดูแลเก็บรักษาไข่ที่นำมาขาย ในส่วนของสาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง จะนำตัวอย่างไข่แผงที่มีปัญหาส่งศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 เชียงใหม่ (ศวพ.1 ชม.) ซึ่งคาดว่าจะทราบผลประมาณ 1 อาทิตย์ พร้อมกันนี้ทางปศุสัตว์และสาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง ได้ให้คำแนะนำในการเก็บรักษาไข่ที่นำมาขาย การสังเกตไข่ที่อาจจะมีการปนเปื้อนหากไม่สะอาด ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก สามารถกินไข่ได้ปกติไข่ที่ขายไม่ใช่ไข่ปลอม เพียงแค่ฟองที่ตรวจพบมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย
ซึ่ง สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง ได้ประกาศแจ้งประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงสาเหตุของปรากฏการณ์นี้ว่า ไม่ใช่ไข่ปลอม แต่อาจเกิดจาก "การปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย" (เช่น เชื้อในกลุ่ม Pseudomonas หรือเชื้อที่สร้างสารสี) ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อไข่มีรอยร้าวหรือการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม ทำให้เชื้อแบคทีเรียจากภายนอกแทรกซึมเข้าไปและทำให้ไข่แปรสภาพ พร้อมแจ้งเตือนประชาชน หากพบไข่ที่มีลักษณะเปลี่ยนสีหรือผิดปกติ "ห้ามนำมารับประทานโดยเด็ดขาด" เพราะเสี่ยงต่อภาวะอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
ทั้งนี้ หากประชาชนพบไข่ไก่ที่มีลักษณะผิดปกติหรือเปลี่ยนสีในพื้นที่ ขอความร่วมมือ "งดบริโภคทันที" และแจ้งข้อมูลไปที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ของท่าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยโดยเร่งด่วน
ด้าน นายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การต้มไข่เป็นสีชมพู อาจเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งชนิดของเชื้อต้องรอผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการฯ ที่แน่ชัดว่าเป็นเชื้อชนิดได้ ซึ่งจะพบไข่สีชมพูได้ อาจเกิดจากไข่มีการแตก ร้าว มีความชื้น หรือการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญเติบโตในไข่ได้ หากท่านพบไข่ที่มีลักษณะดังกล่าว ขอให้หลีกเลี่ยงและงดการรับประทาน เพราะอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือถ่ายเหลว และในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีความรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้
Advertisement