
เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 มิถุนายน 2569) เวลาประมาณ 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำชุมชน พร้อมชาวบ้านหมู่ 3 และหมู่ 8 บ้านหนองคูโคก ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ร่วมกันเข้าทำความสะอาดบริเวณเมรุวัด เพื่อเตรียมสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจศพลูกบ้าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
แต่ระหว่างที่กำลังช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดภายในบริเวณเมรุ ชาวบ้านต่างตกใจ เมื่อพบวัตถุต้องสงสัยคล้าย โครงกระดูกมนุษย์อยู่ภายในถาดเผาของเตาเผาบนเมรุ สภาพเหลือเพียงชิ้นส่วนกระดูกจำนวนหนึ่ง จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนเข้ามาตรวจสอบ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแวงควง ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นการเร่งด่วน
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแวงควง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในเมรุวัดดังกล่าว เพื่อเก็บข้อมูลพยานหลักฐาน โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณเตาเผา จุดพบกระดูก รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าเป็นโครงกระดูกของผู้เสียชีวิตรายใด และถูกนำมาเผาในช่วงเวลาใด
ล่าสุดในช่วงเย็นวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังเมรุวัดจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบว่าชาวบ้านจำนวนหนึ่งยังคงพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาก่อนในพื้นที่
โดย นายสมบูรณ์ สัปเหร่อประจำเมรุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ ตนพร้อมผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ได้เดินทางเข้ามาเตรียมสถานที่สำหรับจัดงานฌาปนกิจศพลูกบ้านตามปกติ แต่ขณะกำลังตรวจความเรียบร้อยภายในเมรุ กลับพบชิ้นส่วนโครงกระดูกอยู่ภายในเตาเผา ทำให้ทุกคนตกใจ เพราะไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
สัปเหร่อรายนี้ ยังเปิดเผยอีกว่า เมรุแห่งนี้ไม่มีการเผาศพมานานประมาณ 1–2 เดือนแล้ว จึงมองว่าโครงกระดูกดังกล่าว ไม่น่าใช่ของผู้เสียชีวิตภายในพื้นที่ที่เข้าพิธีตามปกติ และเชื่อว่าอาจเป็นบุคคลจากที่อื่น เนื่องจากบริเวณประตูทางเข้าเมรุซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามวัด มีประตูอยู่หนึ่งด้านที่ไม่สามารถล็อกได้ ทำให้บุคคลภายนอกสามารถเข้า-ออกได้ง่าย จึงเกิดข้อสงสัยว่า อาจมีผู้ลักลอบนำศพมาเผาทิ้งในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงที่ไม่มีคนอยู่
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุหรือที่มาของโครงกระดูกดังกล่าวได้ และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเผาศพ หรืออาจเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม โดยชิ้นส่วนกระดูกทั้งหมดจะถูกส่งไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์หรือไม่ เป็นบุคคลใด เพศอะไร อายุประมาณเท่าใด และเสียชีวิตมานานเพียงใด
ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลบุคคลสูญหายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณเส้นทางเข้าออกวัด หากพบเบาะแสหรือความเชื่อมโยงถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะเร่งติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลายคนต่างเฝ้ารอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่ เพื่อไขปริศนาว่าโครงกระดูกที่พบภายในเมรุวัดแห่งนี้ เป็นใคร และถูกนำมาเผาได้อย่างไร ท่ามกลางข้อสงสัยว่า อาจไม่ใช่การเสียชีวิตตามธรรมชาติทั่วไป แต่ต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นข้อยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
Advertisement