
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.อัศวชัย พิศาลสาสน์ รอง สว.ส.รน.1 กก.9 บก.รน. พร้อมชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.9 บก.รน. ร่วมกันจับกุม นายอุมัด (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 194/2565 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 คดีหมายเลขดำที่ อด6/2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพากัน หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่มีผู้นำเข้าหรือส่งออก โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าซึ่งไม่ได้เสียภาษี ร่วมกันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามชนิดและปริมาณ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด" โดยสามารถจับกุม บนเรือ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจน้ำ สามารถจับกุมตัวนายอุมัดฯ ขณะลำเลียงน้ำมันเถื่อนของขบวนการเสี่ยโจ้ และในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันจำนวน 300,000 บาท ต่อมาเมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหากลับไม่มาศาลตามกำหนดนัด และมีพฤติการณ์หลบหนีโดยเจตนา ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว และได้ออกหมายจับที่ 194/2565 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2565
ซึ่งภายหลังการหลบหนี ผู้ต้องหาได้ใช้ชีวิตในลักษณะหลบซ่อน โดยไปรับจ้างทำงานเป็นลูกเรือ และย้ายลำไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามตัวต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับว่าพบเห็นบุคคลมีลักษณะคล้ายนายอุมัด แอบมาลักลอบทำงานเป็นลูกเรืออยู่บนเรือชื่อ เมื่อทราบเบาะแสแน่ชัดจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและวางแผนนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายทันที กระทั่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณหน้าท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกัน และปราบปรามประมงกระบี่ จ.กระบี่ ได้พบชายมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับยืนอยู่บนเรือดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจสอบเอกสารแสดงตน
จากการตรวจสอบผู้ต้องหายอมรับว่าตนคือ นายอุมัด บุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ ก่อนควบคุมตัวมาทำบันทึกการจับกุม ณ สถานีตำรวจน้ำกระบี่ และนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การจำเลยเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่าตนไปรับน้ำมันจากเรือของเสี่ยโจ้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement