
วันที่ 21 ก.ย.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วง รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ, พ.ต.ท.ชัยพร เฮงจิตตระกูล รอง ผกก.1 บก.ปอศ. ,พ.ต.ท.ศักดิ์สะท้าน เปรื่องชนะ, พ.ต.ท.วิวัฒนชัยคลื่นแก้ว, พ.ต.ท.อัครพล เอี่ยมสำอางค์ รอง ผกก.1 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น-ตรวจยึด นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.นพวัตติ์ ธารีจรัญพัฒน์ สว.กก.1 บก.ปอศ., ร.ต.อ.วีระศักดิ์ ชัยอินทร์, ร.ต.อ.ณัฐชภัทร ศิริพัฒนานันทกูร รอง สว.กก.1 บก.ปอศ. พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์
ตรวจยึดของกลาง
1.กระเป๋าผ้า ปลอมเครื่องหมายการค้า
2. แว่นตา ปลอมเครื่องหมายการค้า
รวมของกลาง จำนวน 10,053 ชิ้น
สถานที่ตรวจค้น โกดังเก็บสินค้าไม่ติดเลขที่ ในพื้นที่ ซอยบางกระดี่ ถนนพระรามสอง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์ จากตัวแทนผู้ผลิตกระเป๋าผ้าแบรนด์ดัง
ของไทย (ขอสงวนชื่อแบรนด์) ว่าพบมีผู้ลักลอบนำสินค้ากระเป๋าผ้าแบรนด์ของผู้เสียหาย ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า นำมาจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ บนแพลตฟอร์มดัง ในราคาที่ต่ำกว่าราคาสินค้าของจริง โดยสินค้ากระเป๋าผ้าปลอมดังกล่าวจะใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่คงทนต่อการใช้งาน ทำให้สินค้าเสียหาย เสื่อมสภาพได้ง่าย อีกทั้งสินค้าปลอมดังกล่าว ยังสร้างความเสียหายแก่เจ้าของแบรนด์สินค้า ซึ่งเป็นแบรนด์ของไทย ที่มีการพัฒนาจนเป็นที่นิยม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดต่อสั่งซื้อสินค้าปลอมจากผู้ขายสินค้า และได้สืบสวนติดตาม จนกระทั่งพบข้อมูลเชื่อมโยงถึงนายทุนชาวจีน ซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการลักลอบขายกระเป๋าผ้าแบรนด์ไทยปลอม และสถานที่ต้องสงสัย ตั้งอยู่ในพื้นที่ ซอยบางกระดี่ ถนนพระรามสอง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เชื่อว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นาที่ใช้กักเก็บ และกระจายสินค้ากระเป๋าผ้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ซึ่งมีลักษณะเป็นโกดังขนาดใหญ่ ปิดประตูมิดชิดตลอดเวลา มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโกดัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายค้นจากศาล เข้าตรวจค้นโกดัง ดังกล่าวผลการตรวจค้นพบสินค้าประเภทกระเป๋าผ้า และแว่นตา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 10,053 ชิ้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
สอบถามคำให้การเบื้องต้น บุคคลที่พบในที่เกิดเหตุ แจ้งให้ทราบว่า เจ้าของ/หรือผู้ดูแลกิจการ เป็นนายทุนชาวต่างชาติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ แหล่งที่มาของสินค้า ผู้จัดหา ผู้จำหน่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ หรือไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ซึ่งอาจเป็นสินค้าปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือผ่านการตรวจสอบการผลิตจากทางบริษัท สภาพไม่คงทนต่อการใช้งาน ทำให้สูญเสียเงินจากการซื้อสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ
Advertisement