
ก่อนหน้านี้คู่รักตลกชื่อดัง “ตั๊ก ศิริพร” พร้อมด้วยสามี “นุ้ย เชิญยิ้ม” ออกมาเปิดใจด้วยความรู้สึกช็อกและเสียใจอย่างหนัก หลังตกเป็นหนึ่งในผู้ร่วมโอนเงินบริจาคผ่านองค์กรของ “บุ๋ม ปนัดดา” รวมเป็นเงินสูงถึง 80,000 บาท ยอมรับเสียความรู้สึกจนพูดไม่ออก แต่ยืนยันไม่เสียดายเงินที่ทำไปด้วยใจบริสุทธิ์ พร้อมฝากข้อความเตือนสติอยากให้เปิดเผยความจริงและทบทวนการแสดงออกต่อสังคม
ล่าสุด “ตั๊ก ศิริพร” ได้เปิดเผยกับทีมข่าว APOP Today ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 ถึงประเด็นดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนและสามีได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการทำงานขององค์กรทำดีรวมทั้งสิ้นประมาณ 80,000 บาท โดยแบ่งเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ 50,000 บาท สนับสนุนการสร้างห้องน้ำให้โรงเรียน 20,000 บาท และช่วยเหลือผู้พิการและผู้บาดเจ็บ 10,000 บาท
เหตุผลสำคัญที่ร่วมบริจาค เนื่องจากตนและ “บุ๋ม ปนัดดา” มีความสนิทสนมและร่วมงานในวงการบันเทิงมานานหลายปี โดยเฉพาะการรับหน้าที่เป็นพิธีกรคู่ในรายการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นผลงานที่ตนภาคภูมิใจ แม้พักหลังจะไม่ได้พบกันบ่อย แต่ก็รักและเอ็นดู “บุ๋ม” เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
“ตั๊ก ศิริพร” ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่มีข่าวปัญหาครอบครัวของบุ๋ม ตนรู้สึกสงสารและเห็นใจจนถึงขั้นน้ำตาคลอในวันที่บุ๋มออกมาชี้แจง แต่เมื่อมีประเด็นเรื่องการจัดการเงินบริจาคตามมา ทำให้รู้สึกช็อกและเสียใจเป็นอย่างมาก
ในส่วนของเงินบริจาค “ตั๊ก ศิริพร” ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกเสียดาย เพราะทุกครั้งที่โอนเงินเป็นการทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริง ๆ และถือว่าตนได้รับบุญกุศลตั้งแต่วินาทีที่ตั้งใจทำแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เสียใจมากที่สุดคือผลกระทบต่อความรู้สึกและความศรัทธาของประชาชน โดยเฉพาะผู้บริจาครายย่อยที่ร่วมทำบุญแม้เพียง 19 บาท ซึ่งสำหรับบางคนอาจเป็นเงินก้อนสำคัญที่ต้องเจียดมาจากรายได้อันน้อยนิด
เมื่อถามถึงแนวโน้มการเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย “ตั๊ก ศิริพร” ยอมรับว่าทำใจได้ลำบาก เนื่องจาก “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นคนในวงการที่คุ้นเคยกันมานาน อย่างไรก็ตาม การไม่แจ้งความไม่ได้แปลว่าเป็นการปกป้องคนทำผิด แต่มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของบุ๋มแล้ว จึงไม่อยากให้มองเป็นการซ้ำเติม แต่อยากให้ใช้เวลานี้กลับไปทบทวนตัวเองอย่างถี่ถ้วน "ความจริงจะคุ้มครองคุณ บุ๋มต้องพูดความจริงได้แล้ว ต้องพูดความจริงได้แล้ว มาถึงจุดนี้แล้ว"
นอกจากนี้ “ตั๊ก ศิริพร” ยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อสังคมและการหักห้ามใจ โดยเผยว่าพฤติกรรมของคนเราอาจมีปัจจัยจากการหล่อหลอมในครอบครัวหรือคนรอบข้างเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ควรโยนความผิดให้ผู้อื่นเพียงอย่างเดียว เพราะสุดท้ายทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง พร้อมย้ำว่า "การเป็นคนดีไม่ใช่แค่ไม่มีโอกาสทำผิด แต่คือการที่มีโอกาสทำสิ่งไม่ดีอยู่ตรงหน้าแล้วสามารถหักห้ามใจตัวเองได้"
“ตั๊ก ศิริพร” ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของ “บุ๋ม ปนัดดา” ระหว่างเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยอมรับว่ามีบางช่วงและบางคำพูดที่รู้สึกว่าไม่เหมาะสม ในช่วงที่พูดว่า “พี่ตำรวจดูเขินนะ” ตนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูด เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วประเทศ ทุกคนจึงจับตาดูทั้งกิริยา สีหน้า และการแสดงออก พร้อมตั้งคำถามว่า “บุ๋ม” รู้สึกตัวถึงความร้ายแรงของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหรือยัง
พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึง “บุ๋ม ปนัดดา” ว่าอย่ามองคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคนซ้ำเติมทั้งหมด เพราะหลายคนคือคนที่เคยรักและศรัทธา เมื่อเกิดความผิดหวังจึงแสดงออกด้วยความเสียใจอย่างรุนแรง คนที่รักกันจริงต้องกล้าตักเตือนเมื่ออีกฝ่ายทำผิด ไม่ใช่เอาแต่ให้กำลังใจโดยไม่พูดถึงความถูกต้อง
สำหรับแนวทางการทำบุญต่อจากนี้ “ตั๊ก ศิริพร” เผยว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ต้องระมัดระวัง มีสติ และตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบยิ่งขึ้น ไม่ใช่ทำบุญแบบหลับหูหลับตา แต่หากมั่นใจและทำด้วยใจบริสุทธิ์แล้ว แม้ปลายทางจะเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดก็จะไม่เสียดายเงิน โดยย้ำทิ้งท้ายว่า ตนไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียด หากมีโอกาสเจอก็ยังพร้อมจะเข้าไปจับมือ กอด ร่วมงาน และพูดคุยสอบถามด้วยความหวังดีเหมือนเดิม เพียงแต่เจ็บปวดแทนประชาชน และอยากเห็นบุ๋มออกมาพูดความจริงต่อสังคมโดยเร็ว
Advertisement