
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงาน ป.ป.ท.และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร ep.3”
ตามที่กรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภายความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง
(DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร ep. 1 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย จากกรณีว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและเป็นบิดารับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของชาวจีน จำนวน 5 ราย ได้รับสัญชาติไทย เหตุเกิดในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร ep.2 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 3 คน จากกรณีทำการแจ้งเกิดเท็จให้บุตรของบุคคลต่างด้าวได้รับสูติบัตรสัญชาติไทย และสูติบัตรคนต่างด้าว และย้ายเข้าทะเบียนบ้านของบ้านที่รื้อถอนไปหมดแล้ว (บ้านผี) เพื่อแก้ไขรายการ ทางทะเบียนอันเป็นเท็จ จำนวน 13 ราย (ปัจจุบันตรวจสอบเพิ่มเติม พบอีก 53 ราย) เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบขยายผลจากทะเบียนบ้านผีในพื้นที่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ดังกล่าวข้างต้น พบว่ามีเด็กต่างด้าวที่ได้รับแจ้งการเกิดเกินกำหนด (สูติบัตร ทร.2) ของสํานักทะเบียน อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี โดยมี ปลัดอำเภอ ในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทะเบียนรับแจ้งการเกิดเกินกำหนด(สูติบัตร ทร.2) ซึ่งเป็นการรับแจ้งเกิดให้แก่บุตรของบุคคลต่างด้าว เพื่อให้ได้รับสูติบัตรสัญชาติไทย จำนวนอย่างน้อย 10 ราย โดยส่วนใหญ่อ้างบิดาเป็นคนไทย มารดาเป็นคนต่างด้าว (มีทั้งสัญชาติจีนและสัญชาติเมียนมา)
ในการนี้ กรมการปกครอง โดย เจ้าหน้าที่ DOPA N.I.C.E. จึงได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน
สภ.หนองปรือ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด จำนวน 15 ราย ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ผู้อื่นมีชื่อ ในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยเมื่อวันที่ 4 - 5 มิ.ย. 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่า
การกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้นายวิทูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. นำพนักงานฝ่ายปกครอง (ส่วนกลาง) ร่วมกับฝ่ายปกครอง จ.กาญจนบุรี บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ ACSC และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งสำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร ep. 3” ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 7 จำนวน 3 ราย ได้แก่
1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้ง
2. เจ้าบ้าน ในฐานะผู้รับแจ้งย้ายเข้าอันเป็นเท็จ
3. บิดาผู้รับรองและเชื่อว่าเป็นขบวนการนายหน้า
ขณะนี้จับกุมตัวได้ทั้งหมดแล้ว ได้ตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือสอบสวนดำเนินคดี
และผู้ต้องหาที่เหลือนั้น พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาทุกราย
รวมทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้ดำเนินการทางวินัยแก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ถูกจับกุม โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน และจะเร่งรัดให้นายทะเบียนท้องที่ เพิกถอนรายการแจ้งเกิดของเด็กต่างด้าวที่ทุจริตเหล่านี้ทั้งหมดโดยเร็วต่อไป
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ DOPA N.I.C.E. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรามีขั้นตอนกระบวนการในการตรวจสอบโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ในการป้องปราม ป้องกัน ขุดรากถอนโคนอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ทุนเทา กลุ่มต่างชาติที่แอบอ้างใช้ทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง
พร้อมทำฝากคำเตือน ไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีพฤติกรรมแบบนี้ อาจจะเคยทำแล้วทำอยู่ โดยเรื่องเหล่านี้มีหลักฐานชัดเจนสามารถระบุตัวบุคคล พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลเอาจริงที่จะจัดการอย่างเด็ดขาด
กรมการปกครอง และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ยึดมั่นในข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” และไม่สนใจว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร มีตำแหน่งหรืออิทธิพลระดับใด แต่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาตามหลักฐานและพฤติการณ์ความผิดที่ปรากฎ ซึ่งการต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนนี้ จะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นแบบนี้ต่อไป จนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย
Advertisement