
(27 เม.ย. 2569) ตำรวจเตรียมนำตัว นายศราวุธ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงประชาชนกลางถนนในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ฝากขังต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น ยิงปืนในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาก่อนก่อเหตุจำนวน 6 เม็ด และพบของกลางติดตัวอีก 3 เม็ด ขณะถูกจับกุม โดยยังอยู่ในอาการเซื่องซึมและให้การสับสน
โดบบรรยากาศที่ สภ.ลาดบัวหลวง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด โดยยังไม่มีญาติเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนระบุว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐานครบ ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพียงพอสำหรับดำเนินคดี ซึ่งคดีนี้มีโทษสูงสุดถึงขั้น ประหารชีวิต
สอบถาม คุณวิภา อายุ 62 ปี อาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ทุกคนยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ ยังบอกอีกว่า ครูปภัสรา หลานสาวที่เสียชีวิต นั่งไปด้วยกันทั้งหมด 4 คนด้วยกัน มี ลูกสาว 10 ขวบ 1 คน อีกคน 2 ขวบครึ่ง และอา อีกคน วันเกิดเหตุลูกสาว 10 ขวบ ที่รอดตายในรถ มีสติโทรศัพท์แจ้งกู้ภัยขอความช่วยเหลือ ก็โทรหาน้องชายผู้เสียชีวิต จนมีตำรวจเข้ามาระงับเหตุดังกล่าวและจับผู้ร้ายได้
ด้าน นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุว่า จากการตรวจสอบหมายเลขประจำปืน พบเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อซีแซด ซึ่งมีการจดทะเบียนถูกต้องตั้งแต่ปี 2551 โดยผู้ครอบครองตามใบอนุญาตคือ อดีตตำรวจนายหนึ่ง ปัจจุบัน เกษียณราชการ ออกใบอนุญาตโดยที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเป็นอาวุธปืนที่จัดซื้อในโครงการสวัสดิการของตำรวจ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าชื่อผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ตรงกับผู้ต้องหาในคดี จึงเชื่อว่าเป็น "อาวุธปืนมีทะเบียนแต่ผิดมือ" โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนว่าอาวุธปืนดังกล่าวมาอยู่กับผู้ก่อเหตุได้อย่างไร
ทั้งนี้ ทางที่ว่าการอำเภอลาดบัวหลวงจะทำหนังสือประสานไปยังที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบไปยังผู้ได้รับอนุญาตตัวจริง ให้นำอาวุธปืนมาตรวจสอบ หากพบว่ายังอยู่ครบถ้วน อาจเข้าข่ายมีการสวมทะเบียน แต่หากสูญหายจะต้องตรวจสอบว่ามีการแจ้งหายไว้ถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากการแจ้งอาวุธปืนหายต้องแจ้งทั้งสถานีตำรวจและนายทะเบียนที่ออกใบอนุญาต
นายอำเภอลาดบัวหลวง ยังระบุว่า โดยปกติผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน จะต้องเก็บรักษาอาวุธไว้ในทะเบียนบ้านตามที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้พกพา หากปล่อยปละละเลยจนสูญหาย อาจก่อให้เกิดความเสียหายและมีความผิดตามกฎหมายได้
Advertisement