
จากกรณีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุใหญ่ บนถนนพหลโยธิน เส้นทางตาก–ลำปาง ขาขึ้นลำปาง บริเวณตรงข้ามทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง เกิดเหตุรถพ่วง 18 ล้อขับชนรถบนท้องถนนพังยับ 7 คันรวด ส่งผลมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ซึ่งติดอยู่ภายในรถเก๋งที่ถูกรถบรรทุกชนอัด และลากออกไปข้างทาง
นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บรวม 10 คน แบ่งเป็นบาดเจ็บสาหัส 1 คน เป็นเด็กหญิง ซึ่งเดินทางมากับพ่อแม่ที่เสียชีวิต ถูกนำส่งโรงพยาบาลเถิน ส่วนผู้บาดเจ็บปานกลาง 4 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 5 คน
ล่าสุดวันที่ 14 เม.ย. 69 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช. ) กล่าวว่า จากข่าวรถบรรทุกพ่วงชนท้าย เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เสียหาย 7-10 คัน มีผู้มีผู้เสียชีวิต ทั้งสามีและภรรยา ส่งผลให้คุณแม่ของผู้เสียชีวิตคงต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูหลานแทนลูกกันต่อไป เรื่องนี้น่าเห็นใจ
แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ซึ่งเป็นข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ส่วนคนขับจะอ้างเบรกเเตกหรือไม่เเตก ข้อเท็จจริงก็เข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดีอยู่ดี เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ต้องตรวจเช็กสภาพรถ ยิ่งเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ก็จะต้องมีการดำเนินคดีกับผู้ขับรถบรรทุก 10 ล้อพ่วงตามกฏหมาย
ส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพ คนขับรถบรรทุก ก็คงต้องถูกดำเนินคดีในทางแพ่งด้วย ในความผิดฐานละเมิดทำให้ ผู้อื่นเสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหาย ค่าขาดไร้อุปการะ ของลูก ของแม่
ในส่วนคดีเเพ่งถ้าเป็นรถของเถ้าแก่หรือบริษัท กฎหมายบอกว่านายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างทำงานในทางการที่จ้าง นายจ้างก็คงต้องตกเป็นจำเลยในคดีแพ่งด้วย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามกฏหมาย กันต่อไป ส่วนค่าเสียหายจะเป็นเท่าใด ศาลจะเป็นผู้พิจารณาให้ตามความจริง
ฝ่ายที่เรียกร้องจะต้องนำสืบพยานให้ศาลเห็นเรื่องค่าเสียหายด้วย เรื่องนี้อัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ยินดีให้ความช่วยเหลือ คุณแม่ผู้เสียชีวิต สามารถเข้าไปพบอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนใกล้บ้าน ได้
เพราะปกติในส่วนคดีอาญาอัยการจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินคดีอยู่แล้ว ในส่วนคดีแพ่ง สามารถยื่นคำร้อง เข้าไปในสำนวนคดีอาญาของอัยการ เพื่อให้ศาลพิจารณาไปในคราวเดียวกัน กับคดีส่วนอาญาเลยก็ได้ หรือที่เรียกกันติดปากว่ายื่นตาม ม.44/1 อัยการยินดีให้ความรู้ ให้ความช่วยเหลือ ช่วยดำเนินการทำคำร้อง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Advertisement