
ช่วงบ่ายที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ ณ สำนักงานเขตจตุจักร และจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัย โดยมีการประชุมร่วมกับ นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร, นายประสาท โพธิ์ศรีมาศ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร, นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา, นายดนัย เหลืองแก่นคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายและคดี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานคร
โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือ ได้แก่ การติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ การรับฟังสาเหตุของการเกิดเหตุ การให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการตรวจสอบกระบวนการขออนุญาตของผู้ประกอบการ มาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร และแนวทางการกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ในสถานบริการซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอีก
ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม คณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ นายคงกฤษ ระบุว่า วันนี้ได้มาขอข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเกิดเพลิงไหม้ในวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.30 น. เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตและทรัพย์สิน ในวันนี้เราได้พูดคุยกับผู้อำนวยการเขตจตุจักร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของ กทม. ทั้งหมด เบื้องต้นได้รับข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยในส่วนของเขตจตุจักรได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2 ชุด ชุดแรกเป็นคณะกรรมการของ กทม. และอยู่ระหว่างแต่งตั้งประธานคณะกรรมการ
ส่วนอีกชุดเป็นของสำนักงานเขตจตุจักร โดยผู้อำนวยการเขตจตุจักรมอบหมายให้ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักรเป็นประธานในการสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาอะไร หรือมาจากเหตุอะไรที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายในครั้งนี้
ในเบื้องต้นที่ตนได้รับข้อมูลจากรองกรรมาธิการที่ได้ร่วมไปสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้ ได้รับการยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้รับใบอนุญาตจาก กทม. โดยตรง เป็นใบอนุญาตประกอบอาหาร 1 ใบ และใบอนุญาตให้มีการแสดงดนตรีอีก 1 ใบ อยู่ในเขตความรับผิดชอบของ กทม. ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข ดูแลร่วมกับสำนักการโยธาของ กทม. ในการต่อใบอนุญาตเป็นแบบปีต่อปี
โดยทางโยธายืนยันว่าใบอนุญาตในส่วนนี้มีมาตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งพวกเรายังไม่เกิดกันเลย โดยใบอนุญาตเดิมเป็นของสำนักงานเขตบางเขน ก่อนที่จะแยกออกมาเป็นสำนักงานเขตจตุจักร ทำให้ไม่สามารถค้นหาเอกสารการก่อสร้างเดิมได้ แต่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นอาคารพาณิชย์ที่มีบ้านเลขที่อยู่ ซึ่งสามารถดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่องได้ โดยสำนักงานเขตจตุจักรรับรู้อยู่แล้ว และเข้ามาตรวจสอบพร้อมต่อใบอนุญาตให้เป็นประจำทุกปี
ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนว่ามีดนตรีเสียงดังนั้น นายคงกฤษ ระบุว่า จากการสอบถามในชั้นกรรมาธิการ ทราบว่าสถานที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตเพียงเป็นร้านอาหาร และการแสดงดนตรี ไม่ได้ขออนุญาตเป็นสถานบันเทิง ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายสถานบันเทิง แต่สำนักงานเขตและตำรวจยืนยันว่ามีการเข้าตรวจดูแลตามรอบ คือเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ปิดไม่เกินเที่ยงคืน หลังจากเที่ยงคืนเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้าตรวจ ซึ่งประเด็นนี้กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าจะต้องให้ผู้บังคับบัญชาไปตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียด ว่ามีการตรวจตราและบันทึกการปฏิบัติงานครบถ้วนหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะติดตามการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยเรียกร้องให้ กทม. ดำเนินการกับผู้ที่ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการกระทำความผิด แต่ปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เข้มงวด พร้อมกำชับให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะ กทม. หรือสำนักงานเขตทุกแห่ง เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายให้มากกว่านี้ ไม่ปล่อยปละละเลย
เมื่อถามว่าจะต้องใช้เวลาตรวจสอบหน่วยงานรัฐกี่วัน นายคงกฤษ ระบุว่า ในส่วนของการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วันหลังจากนี้ ส่วนของสำนักงานเขตยังไม่สามารถระบุได้ จะมีการชี้แจงภายหลัง แต่มองว่าไม่น่าจะช้าเกินไป คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วันนับจากวันเกิดเหตุ
เมื่อถามว่าหากมองย้อนไปที่อาคารดังกล่าว คิดว่าเป็นร้านอาหารหรือสถานบันเทิง นายคงกฤษ ระบุว่า ในอดีตเคยมาใช้บริการสถานที่แห่งนี้เมื่อนานมาแล้ว เมื่อก่อนเป็นร้านอาหาร แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพปัจจุบัน มีการต่อเติมดัดแปลงภายนอกอย่างแน่นอน
ฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถมาที่กรรมาธิการได้ จะประสานงานให้ โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยา ทั้งนี้ตนทราบว่า ผอ.สำนักงานเขตจตุจักร ได้เปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ และติดตามประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหาย
ด้าน นายชยพล สะท้อนดี สส.เขตหลักสี่จตุจักร พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ในฐานะดูแลในพื้นที่ก็จะจะช่วยดูแล เรื่องการเยียวยา ดูแลผลกระทบได้รับความเสียหายทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตหรือทรัพย์สินสูญหาย จะพยายามที่จะให้คำแนะนำผู้ที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้จะติดตามกฎระเบียบ ข้อบังคับที่มีรอยรั่ว มีช่องว่างอยู่ เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่จะต้องมานั่งถอดบทเรียนซ้ำๆเดิมๆ ไม่ได้มีการแอ็คชั่นใดใดสักที ควรจะต้องหยุดถอดบทเรียนซ้ำๆ ได้แล้ว ครั้งนี้จะต้องเป็นครั้งสุดท้าย ที่เราจะต้องตื่น และแก้ไขกฎหมายข้อบังคับข้อบัญญัติทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับเขตระดับกทม. รวมถึงการจัดระเบียบโซนนิ่ง ซึ่งเป็นช่องโหว่ของการก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้
ต่อมาเวลา 15.50 น. พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้นำพนักงานเสิร์ฟของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จำนวน 3 คน แบ่งเป็นชาย 1 คน และหญิง 2 คน เข้าไปตรวจสอบภายในร้าน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสอบปากคำ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้นำเอกสารประกอบการสอบปากคำติดตัวมาด้วย
จากการสอบถามพนักงานของร้านรายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนเองอยู่บริเวณด้านนอกร้าน ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ กระทั่งเห็นควันไฟพุ่งออกมาจากภายในร้าน จึงทราบว่าเกิดเหตุขึ้น พร้อมยืนยันว่าโดยส่วนตัวไม่ได้สนิทกับเจ้าของร้าน
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตจตุจักร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมุ่งตรวจสอบโครงสร้างอาคาร การต่อเติมอาคาร รวมถึงการตรวจสอบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องด้วย
Advertisement