
(6 เม.ย. 2569) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าทำการสกัดจับ นายสุรศักดิ์ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ จ.233/2569 ลงวันที่ 10 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ในข้อหาหนัก "ขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย"
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์สุดสลดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2567 ณ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ในวันเกิดเหตุ นายสุรศักดิ์ได้ขับรถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ ด้วยความคึกคะนองในขณะที่มีอาการมึนเมาอย่างหนัก จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดภายหลัง พบตัวเลขที่น่าตกใจถึง 222 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เกินกว่า 4 เท่า ด้วยสภาพที่ขาดสติสัมปชัญญะ รถกระบะของนายสุรศักดิ์ได้เสียหลักพุ่งล้ำเลนเข้าไปในทิศทางสวนทาง ก่อนจะประสานงาเข้าอย่างจังกับรถจักรยานยนต์ของ น.ส.ชนาพร (ผู้เสียหาย) แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของผู้เสียหายกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายแห่งทั่วร่างกาย ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาตัวนานกว่า 4 เดือนเต็ม ท่ามกลางความทุกข์ทรมานของครอบครัว
พฤติการณ์ที่น่ารังเกียจที่สุดในคดีนี้คือ หลังเกิดเหตุนายสุรศักดิ์ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่กลับไม่สำนึกในความผิดที่ก่อขึ้น เขาเลือกที่จะหลบหนีและเพิกเฉยต่อหมายเรียกของพนักงานสอบสวนหลายครั้ง จนศาลต้องออกหมายจับ
ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันโดนจับกุม นายสุรศักดิ์ไม่เคยติดต่อกลับไปยัง น.ส.ชนาพร เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือให้การเยียวยาใดๆ แม้แต่บาทเดียว ปล่อยให้เหยื่อสาวต้องแบกรับทั้งความเจ็บปวดทางกายและภาระค่ารักษาพยาบาลเพียงลำพัง แม้ปัจจุบันสภาพร่างกายของเธอจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่บาดแผลทางใจจากความไม่ยุติธรรมยังคงอยู่
จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่คอมมานโด พบว่าผู้ต้องหาได้หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อกบดานหวังให้เรื่องเงียบหายไป แต่สุดท้ายไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ ถูกรวบตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงชัย จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายต่อไป
Advertisement