
24 มี.ค. 69 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ กลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 30 ราย รวมตัวกันนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อศูนย์รับแจ้งความกรมบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังประสบปัญหาจากการนำสินค้าแบรนด์เนมไปฝากขายและร่วมลงทุนกับร้านชื่อดังย่านทองหล่อ แต่กลับไม่ได้รับเงินตามกำหนด พบมูลค่าความเสียหายพุ่งสูงกว่า 30 ล้านบาท มีการสร้างโปรไฟล์หรูจ้างดารารีวิวซื้อขายสินค้าแบรนด์เนม ย้ายสาขาอ้างไฮโซร่วมหุ้นแต่เชิดเงินเชิดของหนี
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มาจากการที่เจ้าของร้านสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการแบรนด์เนมเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสินค้าแท้ ได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการประกาศขยายกิจการ โดยอ้างว่ามีบุคคลระดับไฮโซมาร่วมลงทุนด้วย พร้อมทำการย้ายหน้าร้านจากย่านสุขุมวิท 49 ไปยังตึกแถวสูง 4 ชั้นย่านซอยทองหล่อ 23 พร้อมตกแต่งร้านอย่างหรูหราเพื่อดึงดูดลูกค้าและนักลงทุน
ทั้งนี้ผู้เสียหายเปิดเผยว่ามีสัญญาณอันตรายจากระบบการเงินที่ล้มเหลว ปกติแล้วทางร้านจะมีระบบการจ่ายเงินค่าสินค้าที่ชัดเจนทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา แต่สัญญาณเตือนเริ่มปรากฏชัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา เมื่อการโอนเงินคืนให้ผู้ฝากขายเริ่มล่าช้า โดยทางร้านพยายามบ่ายเบี่ยงและอ้างว่ามีปัญหาด้านระบบบัญชี
กระทั่งความจริงเริ่มปรากฏเมื่อเจ้าของร้านอ้างว่าถูกหุ้นส่วนทิ้งและหอบเงินหนีไป รวมถึงมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการลงทุนเปิดร้านใหม่ภายใต้ชื่อ "แบรนด์เลิฟเวอร์" ซึ่งมียอดเงินลงทุนสูงถึง 20 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถนำเงินมาหมุนเวียนคืนให้กับผู้เสียหายที่นำกระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับแบรนด์เนมมาฝากขายได้
พบความเชื่อมโยงคดีดัง-ผู้เสียหายเริ่มขยับ จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า รูปแบบพฤติการณ์มีความคล้ายคลึงกับกรณีที่เกิดขึ้นกับมารดาของนางเอกชื่อดังสังกัดช่องหลากสี ซึ่งผู้เสียหายบางรายได้ลงทุนไว้ทั้งสองแห่ง จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกันในเชิงธุรกิจหรือเป็นขบวนการเดียวกัน
ปัจจุบันผู้เสียหายจำนวนมากเริ่มทยอยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และบางส่วนเตรียมรวมตัวกันเข้าร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเร่งติดตามทรัพย์สินและดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าของร้านรายนี้ต่อไป เนื่องจากยังมีสินค้าและเงินค้างในระบบอีกเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดตำรวจสนทองหล่อได้มีการออกหมายจับเจ้าของร้านรายดังกล่าวและสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้เมื่อวานนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้เสียหายพบว่าสินค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในร้านแต่ไม่มีใครทราบเลยว่าสิ่งของที่อยู่เป็นของเดิมที่นำไปฝากขายหรือถูกสับเปลี่ยนเป็นของใหม่ที่เป็นของปลอมแล้ว อีกครั้งยังกลัวเรื่องของความปลอดภัยของทรัพย์สินที่อยู่ภายในร้านจึงอยากขอให้ตำรวจสนทองหล่อและตำรวจสอบสวนกลางไม่ว่าจะเป็นหน่วยของ บก.ปอศ. หรือ บก.ปคบ. เข้ามาช่วยทำคดีดังกล่าวเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายขณะนี้พุ่งไปมากกว่า30 ล้านบาทเพราะยังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ในกลุ่มซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ
Advertisement