Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"โทน บางแค" ลุยแจ้งความ "บิ๊กเต่า" อ้างโดนทวงหนี้กลาง บช.ก.

"โทน บางแค" ลุยแจ้งความ "บิ๊กเต่า" อ้างโดนทวงหนี้กลาง บช.ก.

5 พ.ค. 69
15:23 น.
แชร์

"โทน บางแค" ลุยแจ้งความ "บิ๊กเต่า" รอง ผบช.ก. อ้างโดนทวงหนี้กลาง บช.ก. ลั่นความจริงซื้อไม่ได้ พร้อมท้าสาบานวัดพระแก้ว งานนี้ไม่มีใบสั่ง 

จากกรณีนาย โทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง เดินทางไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยอ้างว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ร่วมกับเจ้าหนี้และพวก ใช้อำนาจหน้าที่ข่มขู่บังคับทวงหนี้ และยกเลิกสัญญารับสภาพหนี้เดิมกับเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น 

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (5 พ.ค. 69) ที่ สน.พหลโยธิน นายโทนทอง หรือ โทน บางแค พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กรณีที่กล่าวอ้างว่า ถูกข่มขู่กดดันบังคับให้ชำระหนี้กับเจ้าหนี้ โดยนายตำรวจระดับสูง 

เบื้องต้น โทน บางแค กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า มาแจ้งความกรณีจากการถูกกดดันข่มขู่ให้ชำระหนี้ แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะดำเนินคดีกับใคร ก่อนจะเดินทางเข้าแจ้งความ 

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้เชิญตัว โทน บางแค สอบปากคำอย่างละเอียด 

ขณะที่ทางให้ข้อมูลว่า หากผู้ที่ถูกแจ้งความเป็นนายตำรวจระดับสูง พนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานจากการสอบปากคำของผู้กล่าวโทษ ส่งให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนและชี้มูลความผิดตามขั้นตอนทางกฎหมาย 

เนื่องจากเป็นคดีที่ร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับข้าราชการระดับสูง ส่วนรายละเอียดทางคดี ต้องรอสอบปากคำให้แล้วเสร็จ ข้อมูลถึงจะชัดเจน 

จากนั้นเวลา 12.50 น. ภายหลังจากใช้เวลาสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน นานเกือบกว่า 3 ชั่วโมง นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน โดยระบุว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ร้องเรียน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ข่มขู่ติดตามทวงหนี้ที่สำนักงานชั้น 27 ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา 

ในวันนี้ตนได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ในข้อหาเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้ หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้ซึ่งมิใช่ของตน ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ขณะเดียวกัน ตนก็ได้แจ้งความกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายให้การสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว แต่ตนขอสงวนรายละเอียดว่ามีใครบ้างและมีกี่คน เพราะอยู่ในสำนวนคดี ซึ่งตนได้ให้การไปหมดแล้ว โดยเปิดเผยแค่ว่า มีอยู่หลายคนและมากกว่า 1 คนแน่นอน 

สำหรับพฤติการณ์ที่ตนแจ้งความนั้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ตนได้รับการประสานงานจากบุคคลตามในข่าว ซึ่งตนก็ตั้งใจไปเป็นการส่วนตัว เพื่ออธิบายในเรื่องหนี้ที่เกิดขึ้น โดยตนเองก็ไม่สบายใจ และอยากชี้แจงเพื่อความเข้าใจ รวมทั้งไม่รู้ว่ามีคดีด้วยไหม 

ปรากฎว่า ตนถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พูดในลักษณะที่ว่า "จะคุยหรือเปล่า ถ้าไม่ค่อยก็เดินออกไป" ทั้งที่ตนตั้งใจอยู่แล้ว เพื่อไปอธิบายเรื่องหนี้สิน แต่พอมาเจอคำพูดและพฤติกรรมแบบนี้ ตนก็รู้สึกไม่สบายใจและสงสัยว่า คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสามารถติดตามทวงหนี้ได้หรือไม่ 

โทน บางแค กล่าวอีกว่า ตนเองก็ไม่รู้ว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่ที่ตนตัดสินใจออกมารวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ เพราะตนต้องการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ยอมรับว่ากลัวไม่รู้ว่า หลังจากนี้ตนจะถูกคุกคามหรือจะโดนอะไรหรือไม่ เพราะคู่กรณีเป็นคนมีอำนาจ รวมทั้งรู้สึกถูกกดดันและไม่สบายใจ เลยนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ยืนยันว่าการแจ้งความดำเนินคดีและร้องเรียนครั้งนี้ เป็นเพราะตนเองถูกกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมจริง ย้ำว่าไม่มีใบสั่งจากใครอย่างแน่นอน ให้คำมั่น 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ จะให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วหรือวัดอะไรก็ได้ 

โทน บางแค ยังยอมรับว่า ตนมีหนี้สินกับเจ้าหนี้รายดังกล่าวจริง 2 สัญญา เป็นจำนวนหลักร้อยล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้ทยอยชำระบ้างตามเงินหมุนเวียนธุรกิจที่มี โดยได้ชำระหนี้ดังกล่าวล่วงหน้าถึงปี 2570 รวมทั้งมีการค้ำประกันหนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ตึกแถวอาคารพาณิชย์ ไปจนถึงการจ่ายเช็คล่วงหน้ารายเดือนเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว 

ส่วนที่มีสื่อบางสำนักรายงานอ้างว่า ตนเองได้ไปฉ้อโกง เบี้ยวหนี้ หรือจ่ายเช็คเด้งนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยทำผิดสัญญาหนี้แต่อย่างใด ที่ผ่านมาตนมีทั้งหนี้ของภาคเอกชนและหนี้ธนาคาร ซึ่งตนก็ได้ชำระหนี้ตามระบบปกติ สามารถตรวจสอบเช็คเครดิตบูโรก็ได้ โดยตอนนี้ตนมีหนี้เอกชนรายเดียวคือเจ้าหนี้รายดังกล่าว ส่วนหนี้ธนาคารก็มีอย่างน้อย 2-3 ธนาคาร 

สำหรับสาเหตุที่ตนเองมีหนี้เยอะ ก็เป็นเพราะตนต้องหาเงินทุนสำรองมาหมุนเวียนธุรกิจซื้อขายพระเครื่อง เพื่อให้ธุรกิจเติบโต ซึ่งบางทีพระบางองค์ก็จม ขายไม่ออก หรือขายไม่ได้กำไร เลยจำเป็นที่จะต้องมีการหาเงินทุนสำรองมาหมุนเวียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนมีสถานะการเงินที่ปกติ สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ทำธุรกิจมานานกว่า 30 ปี ก็เคยกู้หนี้ยืมสินก่อนเจ้าหนี้คนนี้หลายคน ก็ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด 

โทน บางแค ยังกล่าวถึงเรื่องปัญหาเช็คเด้งว่า ถ้ามีปัญหา ป่านนี้ก็มีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องทางอาญา แต่ส่วนใหญ่เวลามีปัญหาเช็คเด้ง ก็สามารถเคลียร์จ่ายเงินได้จบ จึงไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร พร้อมย้อนถึงปัญหาของตัวเองว่า ตนเองก็มีปัญหาถูกฉ้อโกงมาเยอะเช่นเดียวกัน แต่ก็ทยอยไล่ฟ้องดำเนินคดีและสืบทรัพย์ตามคำพิพากษาไป ซึ่งตนยังคงยึดมั่นและใช้กระบวนการศาลและกฎหมายเป็นหลัก 

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นที่มีกระแสข่าวลือว่า โทน บางแค อาจถูกออกหมายจับดำเนินคดีในเร็ววันนี้นั้น โทน บางแค ระบุว่า ตนมั่นใจว่าตนไม่ได้กระทำความผิดอะไร ไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ หากเกิดถูกออกหมายจับหรือมีคดีจริง ตนก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการประกันตัวและชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ไม่ได้มีความหนักใจอะไร 

ส่วนประเด็นที่มีเซียนพระหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนในช่วงนี้ โดยเฉพาะอ้างว่าตนขายพระปลอมนั้น โทน บางแค กล่าวว่า ตนใช้เวลาตลอดทั้ฝชีวิตกว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงมาได้ ยืนยันว่าตนขายพระแท้มาโดยตลอด แม้กำไรจะน้อยและรวยช้า แต่ก็เป็นการสร้างกำไรร่ำรวยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งยอมรับว่าตนบริหารการเงินผิดพลาดบ้าง เลยมีปัญหางูกินหาง จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเวียนธุรกิจตัวเอง 

ทั้งนี้ ตนเองไม่กังวลในเรื่องเครดิตในวงการพระ ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวอาจทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงบ้าง แต่ก็มั่นใจว่า ตนจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ทุกอย่างเป็นความจริง ซึ่งความจริงก็จะช่วยเพิ่มเครดิตที่ดีให้กับตัวเอง ยังยินดีด้วยซ้ำที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 

สำหรับการสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตนรู้สึกเหนื่อยและหนักใจ แต่ตนได้ให้รายละเอียดตามความเป็นจริงกับพนักงานสอบสวนในสิ่งที่ตนเจอมาซึ่งรู้สึกว่าร้ายแรงอย่างมาก แต่ตนก็ไม่ชี้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ขอให้กระบวนการกฎหมายและคำพิพากษาเป็นผู้ชี้ว่าใครเป็นคนผิดดีกว่า ต่อให้เงิน อำนาจ บารมี จะสามารถซื้อข่าวได้ แต่ก็ไม่สามารถซื้อความจริงได้ ซึ่งตนก็ยึดมั่นในความจริงและสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ 

โทน บางแค ยังได้กล่าวถึงป๋อง สุพรรณ เซียนพระรุ่นพี่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีนี้ด้วยว่า ตนไม่โกรธและยังคงเคารพนับถือป๋อง สุพรรณ ในฐานะรุ่นพี่เช่นเดิม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าและไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ถ้าตนทำให้พี่ป๋อง สุพรรณ รู้สึกลำบากใจ ตนก็ขอโทษผ่านสื่อมวลชนและยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำให้ป๋อง สุพรรณ ลำบากใจ ซึ่งเมื่อถึงท่อนนี้ โทน บางแค ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนถึงป๋อง สุพรรณ 

ทั้งนี้หลังจากนี้ โทน บางแค จะเดินทางต่อไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลที่อ้างตัวเองว่าเป็นพนักงานอัยการในวันที่เกิดเหตุว่าเป็นพนักงานอัยการจริงหรือไม่ แล้วถ้าเป็นพนักงานอัยการจริง จะมีความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้หรือไม่

Advertisement

แชร์
"โทน บางแค" ลุยแจ้งความ "บิ๊กเต่า" อ้างโดนทวงหนี้กลาง บช.ก.