
เมื่อเวลา 17.00 น. (9 พ.ค. 2569) เพจกองทัพภาคที่ 2 ได้โพสต์ข้อความ รายงานเหตุการณ์ในพื้นที่จันทร์ทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 20:00 น. นายอภิรักษ์ (อู๊ด) บุตรเพชร อายุ 64 ปี อยู่บ้านพัก หมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด และเพื่อนอีก 1 คน ทราบชื่อคือ นายประยูร บุญค้ำ ราษฎรบ้านสายโท 2 ใต้ ได้ชักชวนกันไปหาของป่า (จับอึ่ง) บริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้
โดย นายอภิรักษ์ ให้ข้อมูลว่า ได้จอดจักรยานยนต์ของตน และเพื่อนทั้ง 2 คัน และได้เดินหาของป่าบริเวณโดยรอบ และในระหว่างที่หาของป่า ทั้ง 2 คนได้อ้างว่า ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษากัมพูชา จึงได้หยุดเดิน และมองเห็น กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 6-8 คน และมีดวงไฟประมาณ 2-3 ดวง พวกตนคิดว่า น่าจะเป็นทหารกัมพูชาจึงเกิดความหวาดกลัว และวิ่งหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว โดยได้ทิ้งยานพาหนะซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda เวฟ สีดำ-แดง จำนวน 2 คัน ไว้บริเวณป่าท้ายเขื่อนสายโท 3 ใต้ ซึ่งในระหว่างที่หนีนั้น ได้เห็นแสงไฟฉายประมาณ 2-3 ดวง เคลื่อนที่ตามมา พวกตนจึงได้ทำการดับไฟฉาย ซ่อนตัว ทิ้งของป่า และได้ยินเสียงคล้ายปืน จำนวน 1 นัด ในทิศทางที่พบกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ซึ่งเมื่อพวกตนได้พ้นแนวป่าออกมาแล้วจึงได้โทรศัพท์ให้ผู้ใหญ่บ้านมารับ และพวกตนได้กลับถึงบ้านประมาณ 23.00 น. โดยปลอดภัย
กองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ประสานงานกำนัน เข้าพบปะ นายอภิรักษ์ ผู้ประสบเหตุ เพื่อสืบสภาพข้อมูลขั้นต้น และนำฝ่ายความมั่นคงเข้าชี้จุดบริเวณที่พบทหารกัมพูชาดังกล่าว หลังจากนั้นได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเข้าพื้นที่ตามที่ชาวบ้านให้ข้อมูลเพื่อนำรถจักรยานยนต์มาคืนราษฎรตามที่ได้รับแจ้ง และเมื่อเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้ตรวจการพบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน จำนวน 2 คันของราษฎร จึงได้ดำเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย จนนำรถจักรยานยนต์ส่งคืนให้กับราษฎรได้เรียบร้อย
ทั้งนี้จากข้อมูลด้านความมั่นคงในพื้นที่ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบกระทำผิดกฎหมายชายแดน เช่น การลำเลียงยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จึงมีความเป็นไปได้ว่า ชาวบ้านอาจเข้าไปใกล้บริเวณที่กลุ่มผู้กระทำผิด ใช้เคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว หรืออาจเป็นทหารกัมพูชาเดินเข้ามาหาของกินในพื้นที่เนื่องจากความอดอยากในพื้นที่
กองทัพภาคที่ 2 จึงได้สั่งให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เพิ่มมาตรการป้องกันพื้นที่ และการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานเป็นอย่างเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและแจ้งข่าวสารอันเป็นประโยชน์ให้กับทางราชการได้รับทราบ เพื่อให้การดำเนินการดูแลพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป
Advertisement