
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม., เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย และสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ
นายชัชชาติกล่าวว่า โดยทาง รฟม. มอบให้กับ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบ ในการก่อสร้างท่อไซฟอน ทำคลองลอดใต้อุโมงค์ เนื่องจากอุโมงค์มีถนนตัดผ่านคลอง จึงต้องทำท่อลอดให้น้ำในคลองไหลผ่านได้ ซึ่งมีการดันท่อจากฝั่งตรงข้ามเพื่อมาประกบ แต่ยังไม่ทันประกบ ซึ่งข้อสันนิษฐานอาจทำให้เกิดดินไหลเข้าไปในตัวท่อไซฟอน ประกอบกับรถบรรทุกที่น้ำหนักเกินวิ่งผ่านมาพอดี ทำให้ใต้พื้นที่เกิดเป็นโพรงเกิดทรุดตัวหักลงไป หลังจากนี้จะมีการรื้อถนนหรือแบล็กฟิว เพื่ออัดดินถมให้แน่นก่อนคอนกรีตใหม่ คาดว่าจะเสร็จภายในคืนนี้
ส่วนสิ่งที่กังวล 2 เรื่อง ความปลอดภัยของอาคารบริเวณนี้ ซึ่งฝังเข็มลึก 21 เมตร ส่วนอุโมงค์น้ำที่เกิดปัญหาอยู่ในระดับ 12 เมตร แต่อาคารไม่พบว่ามีรอยร้าวแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่มาคอยตรวจสอบอาคารข้างเคียงในบริเวณนี้ด้วย รวมถึงคอยเฝ้าระวังไม่ให้ดินเกิดขึ้นตัวซ้ำ และจะพยายามเปิดการจราจรให้ได้เร็วที่สุด
ส่วนกรณีรถบรรทุกที่น้ำหนักเกินนั้น จะต้องไปไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบ ขณะเกิดเหตุมีรถบรรทุกที่น้ำหนักเกินวิ่งผ่านมาหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม อย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นบนถนนสุขุมวิท และแยกหมอเหล็ง สาเหตุเกิดจากรถบรรทุกน้ำหนักเกินด้วย เพิ่งจัดการตรวจสอบเบื้องต้นขณะเกิดเหตุและมีรถบรรทุกวิ่ง วิ่งผ่านมา และถนนเกิดทรุดตัวทำให้รถจยย.ที่ตามหลังมาประสบเหตุ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บมาก
นอกจากนี้ยังมีการติดกล้องตรวจจับน้ำหนักรถบรรทุก ซึ่งได้มีการส่งใบสั่งจราจรไปแล้วรวมแล้วกว่า 10,000 คัน และสุ่มตรวจทำให้รถบรรทุกน้ำหนักเกินลดลง
ทั้งนี้ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน โดยมอบหมายให้ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อยเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้วย
ขณะที่ นายดาว สิทธิกุลมานิต ผู้ดูแลโครงการอุโมงค์ทางลอดน้ำ เปิดเผยว่า ตรงนี้เดิมทีเป็นคลองเก่า สภาพพื้นที่เป็นสะพานและเป็นแนวคลองเดิม แม้ช่วงที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าจะผ่านไปแล้ว แต่แนวคลองเดิมนี้ดินด้านล่างยังเป็นเลน ทำให้เกิดโพรงตามแนวคลองเก่า โดยขณะนี้กำลังทำ "ท่อไซฟอน (Siphon)" ลอดใต้อุโมงค์ โดยขุดลึกประมาณ 12-15 เมตร ใช้ท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.50 เมตร วิธีคือ ดันหัวเจาะลอดใต้อุโมงค์มาจากฝั่งฝั่งตรงข้าม จนมาถึงตำแหน่งนี้ ซึ่งเป็นช่วงกลางฟุตปาธพอดี
เมื่อถามว่าปัญหาเกิดจากดินแนวคลองเก่ามันหายไปหรือไม่ นายดาว กล่าวว่า คือมันเป็นแนวคลองเก่าที่การถมดินเดิมอาจจะไม่แน่นหนาพอ ดินด้านล่างที่เป็นเลนเกิดการปลิ้นไปมา จนกลายเป็นโพรงตามแนวคลอง ซึ่งอีกฝั่งทำเสร็จหมดแล้ว แต่ฝั่งนี้เพิ่งดันหัวเจาะมาถึง
"ซึ่งจริงๆ เราตรวจพบโพรงและเตรียมจะเจาะเพื่อ "เทคอนกรีตเติมโพรง" อยู่แล้ว แต่ดำเนินการไม่ทันเพราะมีฝนตกลงมาประกอบกับมีรถบรรทุกหนักวิ่งผ่าน ทำให้ถนนทรุดตัวลงเสียก่อน"
นายดาว กล่าวอีกว่า ช่วงประมาณ 13:00 น. เริ่มเห็นผิวถนนผิดปกติหลังรถคันแรกวิ่งผ่าน พอถึงช่วง 14:00 น. มีรถพ่วงคันที่สองซึ่งหนักมากวิ่งผ่าน ถนนก็ยุบตัวลงทันที ทั้งนี้จะพยายามเคลียร์พื้นที่และซ่อมแซมเบื้องต้นให้เสร็จภายในคืนนี้ เพื่อให้รถกลับมาวิ่งได้ตามปกติ
Advertisement