
วันนี้ (5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในคดีอุ้มหาย ผู้จัดการอุปกรณ์การแพทย์ ล่าสุด พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าคดีอุ้มหายผู้จัดการบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดขณะนี้ ยังคงรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลเปรียบเทียบ DNA ของผู้เสียชีวิต ศพปริศนา ในบ้านร้าง จังหวัดลพบุรี กับ DNA ญาติ ผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้สูญหาย ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันหรือไม่
จึงทำให้ยังไม่สามารถสรุปสำนวนขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ ผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าได้ เพราะการขอออกหมายจับผู้ต้องหาคนใดคนหนึ่ง จะต้องปราศจากข้อสงสัย ต้องอธิบายให้ศาลเห็นว่า บุคคลดังกล่าวมีส่วนกระทำความผิด และยังไม่สามารถดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าคนตาย โดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหา ทั้ง 7 คน ก่อนหน้านี้ได้ด้วยเช่นกัน
ส่วนการสอบปากคำนักสืบเอกชน ของบริษัทแห่งเงินที่ ติด GPS รถของผู้สูญหาย ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการสอบปากคำไปแล้วเช่นเดียวกัน ว่าได้รับการว่าจ้างจากหญิงสาวคนหนึ่งให้มาติดตามพฤติการณ์ และดูความเคลื่อนไหว ของผู้สูญหาย ซึ่งเป็นเจ้าของรถสืบเอกชนของบริษัทนี้ ได้ ติดต่อตำรวจ จ่าสิบตำรวจสังกัด ตำรวจไซเบอร์ เช็กทะเบียนราษฎร์ ของเจ้าของรถ
"สำหรับกรณีของ จ่าสิบตำรวจ ไซเบอร์ ก็ได้มีการเรียกมาสอบปากคำแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งสำหรับกรณีนี้ หากพบว่า การกระทำดังกล่าว กระทำโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ก็มีความผิด ตามกฎหมาย" ผบก.น. 2 กล่าว
โดยมีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เตรียมดำเนินทั้งวินัยและอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก กับจ่าสิบตำรวจไซเบอร์ หลังรับงานเช็กทะเบียนราษฎร์ ผู้จัดการหนุ่ม เป็นเหตุให้ถูกอุ้มหาย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รายงาน เรื่องดังกล่าวต่อ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ซึ่ง ทันทีที่ ผบ.ตร.รับทราบเรื่องดังกล่าวว่ามีตำรว เข้าไปเกี่ยวข้อง กับการเช็คทะเบียนผู้สูญหาย จึงสั่งการให้ดำเนินคดี กับ ตำรวจคนดังกล่าวทันที ทั้งทางวินัยและอาญา
Advertisement