
วันที่ 3 มี.ค. 69 ที่จ.บุรีรัมย์ จากกรณีนาย สมร (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ขับรถกระบะสีขาวพุ่งชนโต๊ะอาหาร ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่บ้านสายโท 5 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 21.00 น.
ส่งผลให้ผู้ที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกันได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน ในจำนวนนี้สาหัส 2 และ 1 ในจำนวนผู้บาดเจ็บ 7 คนคือ น.ส.เดือน อายุ 34 ปี อดีตภรรยาคนขับรถกระบะ อายุ 62 ปี
ซึ่งหลายคนที่นั่งโต๊ะอาหาร รวมถึงญาติของผู้บาดเจ็บเชื่อว่าสาเหตุมาจากนายสมรหึง น.ส.เดือน ที่ตีตัวออกห่าง และไปคบกับตำรวจคนหนึ่ง ซึ่งตอนเกิดเหตุก็ได้นั่งร่วมวงด้วยเช่นเดียวกัน
แต่นายสมร คนขับรถ ยืนยันว่า ก้มเก็บโทรศัพท์ที่หล่นในรถ ทำให้รถเสียหลักพุ่งเข้าไปชน ไม่ได้หึงหวงแต่อย่างใด เพราะรู้ตัวดีว่าอายุมากแล้ว อดีตภรรยาจะไปคบกับใครไม่ว่ากัน และได้เลิกกันไปแล้ว 15 วัน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ระหว่างการสอบสวนว่า เป็นการตั้งใจก่อเหตุหรือไม่ โดยเฉพาะรถกระบะ มีการประกันแบบสมัครใจ (ชั้น1) ทำเอาไว้เพื่อในการก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งตำรวจจะทำการสืบสวนต่อไป หากพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่าจงใจก่อเหตุอาจจะเข้าข่าย “พยายามฆ่า” หรือไม่ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา “ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ”
นายไก่ ( นามสมมติ) อายุ 42 ปี ชาวบ้านที่อยู่บ้านตรงข้ามที่เกิดเหตุ เล่าว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นการตั้งใจ เพราะมีการเจาะจงขับพุ่งเข้าไป ทั้งที่รถน่าจะชนรถของตน ซึ่งจอดอยู่ข้างกัน มีการชะลอความเร็วก่อนแล้วพุ่งเข้าไปอย่างจัง
เช่นเดียวกับนายเอ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ชาวบ้าน เล่าว่า ทั้ง 2 คนพบรักกันในวงไฮโลที่ชาวบ้านมักจะเล่นกันตามงานศพหรือใต้ต้นไม้ทั่วไป จนกระทั่งตกลงมาอยู่กินด้วยกัน ยอมรับว่านายสมรรักผู้หญิงคนนี้มากถึงกล้าทำได้ขนาดนี้ เพราะปกตินายสมรเป็นคนนิ่งๆ ไม่ใจร้อน
ผู้สื่อข่าวสอบถามแม่ของ น.ส.เดือน เล่าว่า นายสมรมาอยู่กินกับลูกสาวแบบไปๆ มาๆ แต่นับถือกัน เวลาคุยจะให้เกียรติตนเสมอ โดยเรียกคำว่าแม่ตลอด เรื่องส่วนตัวลึกๆ ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น หลังเกิดเหตุนายสมรยังโทรมาบอกให้ตนทราบว่าเกิดเรื่องใหญ่ขับรถชนคนเจ็บหนักตั้งหลายคน
ยอมรับว่าเป็นห่วงลูกสาว เพราะไม่รู้ว่านายสมรคิดอะไรอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะนายสมรมีปืน หากคิดไม่ออกอาจจะก่อเหตุอะไรอีกหรือไม่ ยังเดาไม่ได้ แต่ได้ปลอบใจไปแล้วให้ใจเย็น
Advertisement