
จากกรณี หญิงชราวัย 87 ปี พร้อมหลานสาวเดินทางมาจาก จ.สมุทรสงคราม เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อนาง ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี โดยอ้างว่าถูกคนร้ายบุกทำร้ายร่างกาย และพยายามล่วงละเมิดทางเพศ ภายในวัดแห่งหนึ่งที่ตนเองทำงานมานานกว่า 50 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 เวลา 13.14 น. ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดวันที่ 25 ก.พ. 69 ผู้เสียหายได้เข้าพบ พ.ต.อ.สมชาย ขอค้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยผู้เสียหายขอไม่อยากเป็นข่าว และไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวจึงเก็บภาพแล้วออกจากห้องทันที
ขณะที่ก่อนหน้านี้เวลา 08.00 น. น.ส.ดวงตา (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี พี่สาวผู้ก่อเหตุได้พานายสมชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ซึ่งพิการทางสติปัญญา ผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบ พ.ต.ท.เชษฐา อ่อนสุต หัวหน้าพนักงานสอบสวน และ ร.ต.อ.นิภัทร กอสกุล พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน เพื่อให้ปากคำเบื้องต้น
น.ส.ดวงตา กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนพาน้องชายไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีที่จอดรถ แฟนของตนจึงนำรถไปจอดที่วัด ระหว่างนั้นน้องชายปวดปัสสาวะจึงขอไปเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับมาเขาบอกว่ามีคนมาทวงเงินหรือของ แต่เขาไม่มีให้ จึงเกิดความโมโห และได้ผลักยายล้มลง ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามข่มขืนนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะจุดเกิดเหตุเป็นที่โล่งแจ้ง และผู้เสียหายก็อายุมากถึง 70-80 ปีแล้ว อีกทั้งน้องชายของตนมีอาการพิการทางสมองไม่สมประกอบตั้งแต่เกิด เรียนหนังสือไม่เป็น นับเลขก็ไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่บ้านแค่กินแล้วก็นอน จึงไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้แน่นอน
โดยหลังเกิดเหตุตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนพบรถและโทรศัพท์ติดตามตัวมา ทั้งนี้ตนได้ยินมาว่าทางผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ซึ่งตนก็ไม่รู้จะเอาเงินจากที่ไหนมาให้ เพราะน้องชายก็มีสภาพแบบนี้ และเขาไม่ได้ทำอะไร
พ.ต.ท.เชษฐา กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 พนักงานสอบสวนได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุจนพบ และได้นัดมาเจรจาในเบื้องต้นในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.พ. ขณะนั้นผู้เสียหายไม่ได้มาเข้าพบในวันนัดหมายแรก จนกระทั่งได้นัดมาอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งฝ่ายผู้ก่อเหตุก็เดินทางมาด้วย ขั้นตอนต่อไปคือต้องสอบสวนปากคำรับคำร้องทุกข์ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับประเด็นที่ผู้ก่อเหตุมีความพิการนั้น จะต้องดูว่าพิการถึงขั้นไหน และสามารถรู้เรื่องหรือรับรู้ถึงการกระทำของตนเองหรือไม่
ส่วนที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธเรื่องการข่มขืน และระบุว่าเป็นการทำร้ายร่างกายนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมตรวจสอบกล้องวงจรปิดพยานแวดล้อมและดูว่าระยะเวลาการก่อเหตุมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยขณะนี้ผู้เสียหายได้ไปพบแพทย์แล้วทางตำรวจกำลังรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาคดีต่อไป
Advertisement