
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 ได้ตรวจสอบการกระทำผิดบนสื่อโซเชียลมีเดีย พบกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธปืนผิดเกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้แฝงตัวในกลุ่มดังกล่าวเพื่อตรวจสอบพฤติกรรม ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งเพื่อขอซื้ออาวุธปืนสั้น ยี่ห้อ SMITH&WESSON SPRINGFIELD ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก จึงได้เจรจาตกลงซื้อขายกันแต่ยังไม่ตกลงราคา จากนั้นจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ชัยเมศร์ เนติวิมลศิลป์ สว.กก.2 บก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.ไตรรัตน์ แงดสันเทียะ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.ปพ.บก.สส.ภ.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.4 ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมกรณีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้นัดหมายกับผู้ขายว่าขอตรวจสอบอาวุธปืนก่อนการซื้อ ต่อมาผู้ขายแจ้งว่าตนเองกำลังจะเข้าไปสนามยิงปืนที่ค่ายเสนีย์ กก.ตชด.24 ม.14 ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี พอดี เจ้าหน้าที่จึงออกอุบายขอนัดดูสินค้ากันบริเวณลานจอดรถด้านหน้าค่ายดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้วางกำลังโดยรอบจุดนัดหมาย บริเวณลานจอดรถหน้า กก.ตชด.24 ม.14 ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เมื่อถึงเวลานัดหมาย พบรถยนต์ยี่ห้อ Toyota รุ่น Fortuner สีดำ คันหนึ่ง ขับเข้ามายังบริเวณลานจอดรถหน้าค่ายดังกล่าว พบชายแต่งกายชุดขาวปฏิบัติธรรมเดินลงจากรถ และแจ้งกับเจ้าหน้าที่สายลับว่าตนเองเป็นผู้ขายอาวุธปืนและได้เชิญไปตรวจสอบสินค้ากันบนรถคันดังกล่าว เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นอาวุธปืนจริง จึงตกลงราคาซื้อขายกันที่ 55,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่สายลับทำทีขอไปกดเงินจากตู้ ATM จากนั้นได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ที่วางกำลังอยู่โดยรอบทราบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมชายชุดขาวปฏิบัติธรรมดังกล่าว ทราบชื่อ นายพลากร อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางเป็น อาวุธปืนสั้น ยี่ห้อ SMITH&WESSON SPRINGFIELD ขนาด .38 วางอยู่บริเวณเบาะหลังฝั่งข้างคนขับ เมื่อตรวจค้นในช่องเก็บสัมภาระบริเวณคอนโซลกลาง ยังพบกระสุนปืนขนาด .38 แบบ FMJ (หัวกลม) จำนวน 100 นัด, ขนาด .38 แบบ JHP (หัวรู) จำนวน 40 นัด และกระสุนปืนชนิดหัวตัด จำนวน 1 นัด รวมทั้งสิ้น จำนวน 141 นัด พร้อมทั้งตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่องไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม เจ้าตัวยอมรับว่า ของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเป็นของตนเองจริง โดยได้มาจากชายรายหนึ่ง (ไม่ทราบชื่อนาม-สกุลจริง) เพื่อนำมาขายต่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซักถามเพื่อขยายผล จนเจ้าตัวยอมรับว่า ที่บ้านพักตนเองในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ยังมีอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวไปตรวจค้น
ผลการตรวจค้น พบของกลางเพิ่มเติมเป็น อาวุธปืนลูกซอง ยี่ห้อ COMMANDO รุ่น TAC-4 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ รุ่น P-10 C จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ บรรจุ 70 เม็ด จำนวน 55 นัด, กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ บรรจุ 9 เม็ด จำนวน 62 นัด, กระสุนปืนขนาด 9 มม. 198 นัดและกระสุนปืนสั้นขนาด .45 AUTO จำนวน 234 นัด
โดยจากการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางได้ทั้งหมด เป็นอาวุธปืนผิดกฎหมายรวม จำนวน 4 กระบอก และกระสุนปืนรวม จำนวน 690 นัด
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังแหล่งที่มาของอาวุธปืนดังกล่าวต่อไป
Advertisement