
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่สถานีตำรวจ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู นางสาวกรรณิการ์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 27 ปี และนายอุทัย ขอสงวนนามสกุล อายุ 60 ปี อยู่บ้านโนนศิลา ต.โนนเมือง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ได้เข้าแจ้งความกับร้อยเวร สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภูไป เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569
หลังเกิดเหตุที่ถูกพนักงานเร่งรัดหนี้สินติดตามยึดรถได้ขับรถจะพุ่งชนพ่อ และลงมาด่าทอด้วยคำหยาบคายถึงบรรพบุรุษและคำหยายคายถึงแม่ และได้มีการท้าทายกัน เหตุเกิดที่บ้านโนนศิลา เมื่อเวลา 15.30 น.ของวันนั้น
โดยนางสาวกรรณิการ์กับนายอุทัย ผู้เป็นพ่อ ได้เล่าให้ฟังว่าในวันนั้นพี่สาวคือนางสาวพันธิตา อายุ 34 ปี ได้โทรมาแจ้งกับแม่ว่าเขามาตามเอารถ ซึ่งวันนั้นพี่สาวไปซื้อถ่านที่ อ.ผาขาว จ.เลย ซึ่งพี่สาวไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติมว่าได้ยอมมอบรถให้เขาไปแล้ว เมื่อรถคันของพี่สาวมาถึงบ้าน ซึ่งมีถ่านหลายกระสอบอยู่ในกระบะรถ
เมื่อพ่อเห็นจึงบอกว่าทำไม่ไม่ถอยรถเข้าบ้านเอากระสอบถ่านลง แต่เมื่อพ่อมองเห็นคนขับไม่ใช่ลูกสาว จึงเดินเข้าไปบอกว่ามีอะไรให้ลงมาคุยกันก่อน แต่ พนักงานหญิงคนดังกล่าวไม่ยอมลงมา พ่อจึงจะดึงเอากุญแจรถออกให้ลงมาคุยกันก่อน
ทำให้ พนักงานชายอีกคนหนึ่งที่ขับรถเก๋งมาจอดอยู่ด้านหน้าบ้านฝั่งตรงข้ามได้ถอยรถและขับพุ่งตรงมาอย่างแรงเหมือนจะชนเข้าที่ตัวพ่อและเบรกหยุดรถใกล้ๆตัวพ่อตามคลิป
จากนั้นพนักงานหญิงที่ขับรถสีขาวคันที่บรรทุกกระสอบถ่านได้ขับรถคันของพี่สาวออกไปอย่างเร็ว ส่วนฝ่ายพนักงานชายได้ถอยรถออกไปชนรั้วด้านหน้าบ้าน และจากนั้นตนเองจึงได้ปิดรั้วบ้าน พนักงานชายคนขับรถเก๋งได้จอดรถและลงมาด่าด้วยคำหยาบคายโต้เถียงกับเรา
ซึ่งตนเองก็ได้พยายามถามว่าพ่อทำอะไรเขาไหม พ่อก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไร จากนั้นพนักงานชายได้โต้เถียงและท้าทายให้ไปที่สถานีตำรวจ ตนและพ่อก็จึงได้ไปที่สถานีตำรวจและได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
สำหรับในวันนี้ร้อยเวรเจ้าของคดีได้นัดให้ตนเองพ่อและพี่สาวให้มาให้ปากคำสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้ตนเองและพ่อกลัวว่าเรื่องจะเงียบหายไป จึงได้นำคลิปการกระทำของพนักงานที่ข่มขู่ลงในสื่อโซเซียล
สำหรับเรื่องรถของพี่สาวนั้นพี่สาวกับอดีตสามีได้ซื้อรถและแฟนพี่สาวได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า รถคันนี้ค่างวดที่ติดค้าง 150,000 บาทนั้นได้จ่ายให้เรียบร้อยแล้วให้ไปโอนได้เลย เราก็นึกว่าค่ารถหมดแล้ว แต่เมื่อ พนง.ติดตามรถมาบอกว่าเงินส่วนนั้นเป็นเรื่องของคนค้ำประกัน ส่วนคนกู้เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้ติดใจในเรื่องของรถ พี่สาวจะคืนให้เขาก็คืนไป แต่เราติดใจเรื่องของพฤติกรรมของพนง.แบบนี้ มีอยู่ในบริษัทอย่างนี้ได้อย่างไร จึงไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้ไปเกิดขึ้นกับคนอื่น ซึ่ง พนง.ที่มาบอกว่าได้รับมอบอำนาจมาจากทางบริษัทแห่งหนึ่ง ตามเอกสารที่ได้มากล่าวอ้าง อันนี้ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบแล้วว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนอย่างไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรเจ้าของคดีบอกว่าตอนนี้ทราบแล้ว จะได้เรียกตัวมาสอบต่อไป นางสาวกรรณิการ์กล่าว.
Advertisement