
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสลด ในพื้นที่ สภ.เมืองอุดรธานี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการสภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้แถลงผลการจับกุมนายณรงค์ คำสุขดี หรือ “นิว” อายุ 52 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ในข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย”
คดีนี้สืบเนื่องจากช่วงดึกของวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวเสียชีวิตปริศนา ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่ง ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรใกล้ร้านหมูกระทะริมคลองข้างหนองประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี โดยมีลูกชายนั่งอยู่ข้างศพ ส่วนคนแจ้งเหตุเป็นสามี เมื่อเข้าตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชพบศพนางกัณทิมา อายุ 48 ปี สภาพศพมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่บริเวณท้ายทอย ลักษณะถูกของแข็งกระแทกอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนได้ระดมกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสืบหาข่าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่องพร้อมแยกสอบปากคำพยานใกล้ชิดรวมถึงบุตรชายของผู้ตาย โดยในช่วงแรกนายณรงค์ ผู้เป็นสามี ยังคงให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ทำร้ายภรรยา โดยระบุว่าขณะเกิดเหตุได้ออกไปซื้อข้าวมาให้ภรรยาและลูกกิน ก่อนจะพบว่ามีชายปริศนา เดินถือไม้เข้ามาทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามคำให้การดังกล่าวขัดแย้งกับคำให้การของ “ด.ช.ต้าต้า” ลูกชายวัย 4 ขวบ ซึ่งให้การกับตำรวจว่าเห็นพ่อเป็นผู้ถือด้ามไม้กวาดทำร้ายแม่ต่อหน้าต่อตา แม้จะร้องห้ามแต่พ่อไม่ฟัง ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่บุคคลอื่นแต่เป็นสามีของผู้ตายเอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและนำตัวนายณรงค์ มาสอบสวนอย่างเข้มข้น จนในที่สุดผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยใช้ด้ามไม้กวาดตีภรรยาที่บริเวณท้ายทอยอ้างว่าสาเหตุมาจากความเครียดและความโกรธหลังได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังว่าภรรยาถูกข่มขืน แต่ไม่เคยบอกตนมาก่อน เมื่อกลับไปพบภรรยาจึงเกิดอารมณ์โมโหอย่างรุนแรง และลงมือทำร้ายไปหลายครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า
ขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายณรงค์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุผู้ต้องหาได้คุกเข่าก้มลงกราบบริเวณจุดที่ภรรยาเสียชีวิต พร้อมกล่าวคำขอโทษต่อดวงวิญญาณ ขอให้ไปสู่สุคติ ยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งลูก และยังรักภรรยาเหมือนเดิม ก่อนจะกล่าวด้วยความเสียใจว่าตนเองไม่น่าจะใจร้อน จากนั้นได้ก้มลงกราบและร้องไห้ออกมาด้วยความสำนึกผิด
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ ด.ช.ต้าต้า ลูกชายวัย 4 ขวบ ที่ต้องสูญเสียแม่และมีพ่อถูกดำเนินคดีอาญา โดยทางญาติไม่สามารถรับภาระดูแลเลี้ยงดูได้ ทำให้มีการประสานส่งตัวน้องต้าเข้าสู่การดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดอุดรธานี (พมจ.อุดรธานี) เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองและดูแลตามกระบวนการของรัฐต่อไป
หลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายณรงค์ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement