Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไตรรงค์ เปิดคลิปโต้อุ้มการ์ด ป.ป.ช. คดีสินบน“บิ๊กโจ๊ก” ยันทำตามกฎหมาย

ไตรรงค์ เปิดคลิปโต้อุ้มการ์ด ป.ป.ช. คดีสินบน“บิ๊กโจ๊ก” ยันทำตามกฎหมาย

8 ม.ค. 69
14:27 น.
แชร์

ไตรรงค์ เปิดคลิปโต้อุ้มตัวบอดี้การ์ด ป.ป.ช. คดีสินบน “บิ๊กโจ๊ก” ยันปฏิบัติตามกฎหมาย ย้ำเชิญพยานไปสอบปากคำด้วยความสมัครใจ

วันที่ 8 ม.ค.69 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน จ.สุราษฎร์ธานี จากกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หรือ บิ๊กโจ๊ก ติดสินบนกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ระบุว่า เนื่องจากมีข่าวรวมทั้งบุคคลที่สร้างข่าวเท็จหรือบิดเบือน ที่อาจทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสน จนไม่เชื่อมั่นต่อการปฎิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีการแถลงผลปฏิบัติการครั้งนี้ พร้อมเปิดคลิปส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานของชุดตรวจค้น เพื่อชี้แจงต่อข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างไม่ถูกต้อง โดยขณะเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบกฎหมาย ตั้งแต่การอ่านหมายค้น รวมถึงแจ้งสาเหตุของการเข้าตรวจค้นว่ามีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตติดสินบน โดยขณะนั้นมีเพื่อนบ้านของนายสุรสิทธิ์อยู่ด้วย

จากนั้นก็ได้มีการเชิญตัวนายสุรสิทธิ์ ไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉาง ซึ่งนายสุรสิทธิ์ ก็สมัครใจขึ้นรถไปกับเจ้าหน้าที่เอง เนื่องจากขับรถไม่เป็น ก่อนที่แฟนสาวจะขับรถตามมาในภายหลัง และอยู่ที่บริเวณหน้าห้องสอบปากคำตลอด 13 ชั่วโมง ตั้งแต่ 18:00-07:00 น. ตามที่จะเห็นจากในคลิปว่ามีบางจังหวะ ที่นายสุรสิทธิ์ลุกขึ้นไปพูดคุยกับแฟนสาวที่อยู่บริเวณหน้าห้องสอบ ซึ่งยืนยันได้ว่าตลอดการสอบปากคำนายสุรสิทธิ์ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด โดยในห้องสอบปากคำ นอกจากมีตำรวจที่เป็นผู้สอบปากคำแล้ว ยังมีเจ้าพนักงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อเก็บพยานหลักฐานเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์อยู่ด้วยอีก 1 นาย

ส่วนคำให้การในครั้งแรกที่เกิดขึ้นทันทีกับคำให้การภายหลังสอบปากคำไปแล้วประมาณ 2-3 วัน แม้จะมีความขัดแย้งกัน แต่ปกติแล้วคำให้การครั้งแรกจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เนื่องจากพยานยังไม่มีการตระเตรียม หรือไม่มีเหตุกดดันภายนอก ดังนั้งหากคำให้การครั้งหลังจะหักล้างคำให้การครั้งแรกได้ก็จะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อถือได้

ส่วนที่นายสุรสิทธิ์ ไปแจ้งความ สน.บุปผาราม เกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดดังกล่าวในวันตรวจค้นและสอบปากคำตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ทั้งที่เป็นหมายค้นเรื่องยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่าปกติแล้วในหมายค้นจะมีการระบุอยู่แล้วว่า นอกจากความผิดหลักหากมีการตรวจพบสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆก็สามารถดำเนินการได้ พร้อมย้ำว่าในการเชิญตัวไปสอบปากคำนายสุรสิทธิ์เต็มใจไปด้วยตนเอง ซึ่งตำรวจมองว่าเป็นเพียงการแจ้งความแก้เกี้ยวเท่านั้น

นอกจากนี้ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่พาตัวนายสุรสิทธิ์ไปสอบปากคำ รวมถึงระหว่างการสอบปากคำ นายสุรสิทธิ์ มีท่าทีผ่อนคลายมากกว่าตอนไปแจ้งความเอาผิดตำรวจที่ สน.บุปผาราม ด้วย

ส่วนกรณีที่ให้นายสุรสิทธิ์ เขียนข้อความลงบนกระดาษ เป็นการเขียนคำให้การของเจ้าตัวเอง หลังจากให้การด้วยวาจาแล้ว ซึ่งเป็นคำให้การตามข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับคดีการให้สินบนทองคำแท่งที่บอกว่า ตนไม่รู้เรื่องและเป็นเพียงผู้น้อยที่รับของมาจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล และพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ที่มีอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายสุรสิทธิ์ แต่เป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน

เบื้องต้น ในคดีสินบนทองคำมีการแจ้งงข้อหากับบุคคล 2 คน คือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และนายสมบัติ ธรธรรม ซึ่งตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการแล้ว ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หนีออกนอกประเทศไปแล้วนั้น ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่าการดำเนินการคดีนี้ เป็นการเร่งเดินเกมก่อนศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาคดีให้ออกจากราชการในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) หรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่า คดีนี้ไม่ได้เกิดจากตำรวจสืบสวนเอง แต่เป็นการดำเนินการตามที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ที่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมนำข้อมูลมาให้พนักงานสอบสวน ตำรวจจึงตรวจสอบพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ พบว่าสอดคล้องกับคำกล่าวหาของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ จึงมีการดำเนินการ ยืนยันว่าไม่ใช่การเร่งเดินเกมแต่อย่างใด

เมื่อถามว่าหากผลคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในวันพรุ่งนี้เป็นบวกกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีผลอย่างไรกับตำรวจหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่าไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็ไม่สามารถกลับมารับราชการได้อีก เนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร้องให้ศาลปกครองพิจารณาการออกคำสั่งให้ออกจากราชการ แต่ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งไล่ออกจากราชการ จึงทำให้คำสั่งให้ออกจากราชการสิ้นสุดไปแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ร้องศาลปกครองสูงสุดในคำสั่งใหม่ (ไล่ออก) หรือยัง แต่เชื่อว่าคำพิพากษาน่าจะออกมาในทิศทางว่า คำสั่งดังกล่าว (ให้ออก) สิ้นสภาพไปแล้ว จึงไม่รับพิจารณา

Advertisement

แชร์
ไตรรงค์ เปิดคลิปโต้อุ้มการ์ด ป.ป.ช. คดีสินบน“บิ๊กโจ๊ก” ยันทำตามกฎหมาย