
เมื่อเวลาประมาณ 03.51 น. (7 ม.ค. 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทบริเวณท่าเทียบเรือฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ในที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้เรือสปีดโบ๊ทของบริษัทเอกชนอย่างรุนแรง แสงเพลิงสีแดงฉานและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลถึงบริเวณวงเวียนห้าแยกฉลอง สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ทลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ทลำอื่นๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเรือสปีดโบ๊ทได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้เกือบ 10 ลำ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลองเทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม
ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในวงจำกัด เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของการเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามีเรือได้รับความเสียหายประมาณ 13 ลำ โดยเป็นเรือสปีดโบ๊ทและเรือนำเที่ยวที่จอดเทียบท่าเพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังเกาะต่างๆ
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลฉลองและเทศบาลตำบลราไวย์ ได้ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงน้ำทะเลลด ทำให้ไม่สามารถนำเรือดับเพลิงเข้าพื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้รถดับเพลิงจากบนบกและต่อสายฉีดน้ำเข้าไปยังจุดเกิดเหตุแทน
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เนื่องจากเป็นจุดจอดเรือจำนวนมากโดยเฉพาะเรือท่องเที่ยว ซึ่งหากเกิดเหตุซ้ำอาจสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ด้าน นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาประมาณเกือบ 04.00 น. พบว่ามีเรือประมงประมาณ 8 ลำผูกจอดติดกันอยู่ในบริเวณดังกล่าวก่อนจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยรถดับเพลิงคันแรกของเทศบาลตำบลฉลองสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตเทศบาลตำบลฉลองและเทศบาลตำบลราไวย์
เจ้าหน้าที่ได้เร่งแยกเรือออกจากกันเพื่อลดการลุกลามของไฟและใช้รถดับเพลิงจากบนบกเข้าควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากระดับน้ำลดจนพื้นที่บางส่วนแห้งทำให้ไม่สามารถใช้เรือดับเพลิงได้ ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วหลายลำ และยังคงมีการเติมน้ำฉีดเลี้ยงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ
Advertisement