
(3 ธ.ค. 2568) เวลา 16.23 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางและควบคุมตัว "นานา ไรบีนา" ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7195/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ฐานความผิด "ฉ้อโกงทรัพย์ และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน" ลงมาจากอาคารพิทักษ์สันติ ขึ้นรถตู้สีเทา เพื่อทำตัวมาฝากขังที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา บริเวณอาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นอาคารตึกหน้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาได้นำตัวนานาขึ้นรถตู้ไปอย่างรวดเร็วโดยทันที โดยไม่ได้เปิดเผยอะไรกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามคาดว่าเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งศาลเพื่อฝากขังต่อไป ทั้งนี้ตามอำนาจเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 48 ชั่วโมง แต่เนื่องจาก ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงคาดว่าน่าจะมีการส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ในเวลาประมาณ 09.00 น.
โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์หลังจากสอบสวน "นานา ไรบีนา" ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา เบื้องต้นยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าในสิ่งที่ทำไม่ทราบว่าการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเข้าใจว่าเป็นการกู้ยืมธรรมดา และคิดว่าจะหาเงินมาชดใช้ให้กับเพื่อนๆ ได้ทัน แต่หามาไม่ทันเหมือนกับดอกเบี้ยมันกินหาง พร้อมบอกว่าธุรกิจเริ่มทำตั้งแต่ปี 2565 ประมาณ 4 ธุรกิจ ทั้งการร่วมลงทุนสินเชื่อ และเทรดหุ้นก่อนจะขยับขยายมาทำลงทุนสนามบาส และร้านอาหาร
ส่วน นายปริญญา สามี จะมีการเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน พร้อมบอกว่าคดีนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนตัวเงินและผู้เสียหายค่อนข้างชัดเจน ทั้งนี้ทางทีมทนายความของฝั่งผู้เสียหายเองก็เข้ามาปรึกษากับทางพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้ว
นอกจากนี้ทีมข่าวได้รับรายงานพฤติการณ์ว่า นานา ไรบีนา ได้มีการชักชวนกลุ่มเพื่อนสนิท, บุคคลใกล้ชิด และกลุ่มผู้ปกครองในโรงเรียน โดยอาศัยความเชื่อใจและความน่าเชื่อถือของตน ประกอบกับมีการแอบอ้างผู้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินร่วมลงทุนกับผู้ต้องหา
ซึ่งในระยะแรกผู้เสียหายบางรายได้รับผลตอบแทนตามที่เสนอจริง ประกอบกับ นานา ได้นำหลักฐานการโอนเงินปลอมและเอกสารการโอนหุ้นปลอมมาแสดงต่อผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อมั่นและหลงเชื่อลงทุนกับผู้ต้องหาเรื่อยมา
ต่อมาเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2568 นานา เริ่มไม่จ่ายผลตอบแทนให้กับผู้เสียหาย โดยอ้างว่าบัญชีเงินถูกหน่วยงานของรัฐระงับการทำธุรกรรม จึงไม่สามารถดำเนินการจ่ายคืนเงินลงทุนและปันผลการลงทุนได้ เมื่อถูกทวงถาม ก็ได้ออกเช็คเงินสดเพื่อจะชำระเงินลงทุนและเงินปันผลคืนให้กับผู้เสียหาย โดยเมื่อนำเช็คเงินสดไปเรียกเก็บกับธนาคาร กลับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเนื่องจากไม่มีเงินในบัญชี และภายหลังได้ทราบว่าบุคคลมีชื่อเสียงที่ถูก นานา กล่าวอ้างนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนที่นานาชักชวนแต่อย่างใด ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายรวม กว่า 190 ล้านบาท
และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า นอกจากพฤติการณ์ในการชักชวนระดมทุนแล้ว นานา ยังมีการปลอมหลักฐานสลิปการโอนเงิน ปลอมแปลงเอกสารการโอนหุ้นบริษัทร้านตัดผมชื่อดัง ที่ตัวนานาเองเป็นเจ้าของอยู่ และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่านานาไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนในธุรกิจต่างๆ ตามที่กล่าวอ้าง โดยนานามีการทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดที่ธนาคารเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีการนำเงินลงทุนที่ได้รับมาไปหมุนเวียนจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนรายอื่น ซึ่งลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
ทีมข่าวยังได้รับรายงานเกี่ยวกับของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดนั้นทีมข่าวได้รับข้อมูลมีสิ่งของหลายอย่าง ได้แก่
1. โทรศัพท์ iphone 7 เครื่อง
2. art toy bearbrick และอื่นๆ 11 กล่อง
3. ledger-nano-x (hardware wallet) 1 ชิ้น
4. กระเป๋า hermes berkin 1 ใบ
5. กระเป๋า หิ้ว louis vuitton 1 ใบ
6. จิวเวอรี่ แบรนด์ต่างๆ ประมาณ 50 ชิ้น
7. รถยนต์ mini coper รุ่น aceman สีขาว 1 คัน
นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ โฉนดที่ดิน จ.อ่างทอง จำนวน 1 แปลง พื้นที่ 64 ตร.วา จ.อ่างทอง และโฉนดที่ดิน กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แปลง พื้นที่ 87.9 ตร.วา ซึ่งจะได้ดำเนินการตรวจสอบการได้มา และได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมสิ่งของตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อนำมาประกอบในสำนวนและหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัวจะนำ นานา ไรบีนา ก่อนจะคุมขังไปฝากขังภายในวันพรุ่งนี้ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก ส่วนทางทีมทนายความจะต่อสู้คดีอย่างไรขอให้นำหลักฐานมามาชี้แจงในวันพรุ่งนี้ เพื่อเป็นการต่อสู้คดี
Advertisement