
วันที่ 7 มี.ค. 69 ความคืบหน้าหลังจากที่ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล เเละ สน.สุทธิสาร ได้ร่วมกันจับกุมขบวนการจ้างวานอุ้มฆ่าเผาอำพรางคดี นาย รุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ รุทธ์ อายุ 46 ปี ผู้จัดการหนุ่มขายเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ จากปมปัญหาเรื่องภายในครอบครัว โดยอุ้มตัวจากกลางกรุง นำไปเผาอำพรางคดีที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จนกระทั่งตำรวจควบคุมตัวผู้บงการคนสำคัญมาได้ คือ นายสรวีย์ อายุ 46 ปี เเละ น.ส.เบญญาภา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน เเละ อีกหลายข้อหา
หลังจากที่ตำรวจสอบปากคำทั้งสองเสร็จสิ้น และคุมตัวไว้ที่ สน.สุทธิสาร ก่อนครบ 48 ชั่วโมงตามอำนาจของตำรวจ
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น. พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายสรวีย์ เเละ น.ส.เบญญาภา ไปส่งศาลอาญารัชดาภิเษกฝากขังเป็นผลัดแรก ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวขึ้นรถ นักข่าวได้พยายามสอบถามในหลายประเด็นทั้งเรื่องความสัมพันธ์ของ น.ส.เบญญาภาและนายสรวีย์ รวมถึงมูลเหตุแรงจูงใจในการก่อเหตุ แต่ทั้งสองปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน และพยายามที่จะใช้เสื้อปิดบังคลุมใบหน้าของตัวเอง จนกระทั่งขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหาก็ไม่ตอบคำถามใดๆ
ขณะที่ พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจคัดค้านการประกันตัวของทั้งสองคนที่เป็นตัวการสำคัญ เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 จะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งเป็นคดีที่มีโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต
ทั้งนี้การสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังให้การภาคเสธเหมือนเดิมว่า เป็นเเค่ผู้สั่งการให้ไปติดตามตัว เเละยึดค้นข้อมูลในมือถือ แต่ไม่ได้สั่งการให้ไปลงมือฆ่านายรุทธ์ การตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเมื่อวานที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานให้ฝ่ายสืบสวนเร่งขยายผลเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีกหนึ่งคน คือ นาย ภูเมธ เงินศรีชัย หรือ อาร์ต อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
สำหรับผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในขบวนการอุ้มฆ่ารวม 7 คนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งมี 2 คนที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวประกันตัวออกมา คือ นายขวัญ และ นายอั้ม ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ครบกำหนด 3 วันในการรายงานตัวต่อศาลอาญา
ส่วนอีก 5 รายที่อยู่ในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ พนักงานสอบสวนจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน
Advertisement