
(19 มี.ค. 2569) ที่ สน.สุทธิสาร ความคืบหน้า ภายหลังตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการอุ้มเผาอำพรางร่าง นายรุทธ์ หรือ "ท๊อป" อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ได้เพิ่มอีก 3 ราย คือ นายนฤสรณ์ (สงวนนามสกุล) , นายสมยศ (สงวนนามสกุล) และเยาวชน อายุ 17 ปี ในข้อหา "ร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุแห่งการตาย, ร่วมกันโดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพส่วนของศพหรือเถ้าของศพ" ทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ และยอมรับว่าแค่ร่วมอำพรางศพ ไม่ได้ลงมือฆ่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ร่วมขบวนการสำคัญ อีก 1 ราย คือ นายสรพงษ์ (สงวนนามสกุล) หรือ บังมัด อายุ 40 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่คาดว่ายังอยู่ในประเทศ
โดยช่วงเช้าวันนี้ตำรวจได้นำตัว นายนฤสรณ์, นายสมยศ และเยาวชน ออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำตัวเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องประชุมชั้น 1 ใน สน.สุทธิสาร โดยช่วงจังหวะที่ตำรวจคุมตัว นายนฤสรณ์ เดินออกมา ทีมข่าวพยายามเข้าไปสอบถาม ปรากฎว่า นายนฤสรณ์ ระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจของตัวเองออกมา ยืนยันว่า "ตนเองไม่ได้เป็นคนเผา นายรุทธ์ คนที่เผาร่าง คือ นายอาร์ต เพียงคนเดียว แต่ยอมรับว่าตนเองเป็นคนช่วยยกร่างของ นายรุทธ์ เข้าไปในบ้านร้างจริง เพราะว่า นายอาร์ต เป็นคนสั่งให้ตนเองยก ถ้าไม่ยก ก็ขู่จะทำร้าย โดนเหมือนกับ นายรุทธ์ ตนเองก็เลยจำใจร่วมยก ด้วยความกลัว"
ส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับผู้เสียชีวิตมาก่อน เพราะตนเองรู้จักแค่กับ บังมัด เท่านั้น เขาเคยเป็นหัวหน้าที่ทำงานเก่า และไม่เคยรู้จักกับ นายอาร์ต มาก่อน ตอนแรกเห็นทรงนึกว่าเป็นตำรวจหรือทหารด้วยซ้ำ พร้อมยอมรับว่าตอนนี้ก็เครียด เพราะ นายอาร์ต โยนความผิดมาให้ จึงอยากขอความเป็นธรรมกับนักข่าว ตอนนี้ไม่ได้เป็นห่วงอะไรแล้ว เพราะมั่นใจว่าตนเองไม่ได้เป็นคนลงมือเผาหรือร่วมทำร้ายนายรุทธ์
นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับภรรยาของ นายนฤสรณ์ ที่มารอเยี่ยมในวันนี้ ยืนยันด้วยว่า สามีโดน บังมัด หลอกให้ไปทำงาน เป็นการ์ด คอยคุ้มกันและดูแลผู้ใหญ่ โดยเป็นคนมารับสามีและเพื่อนร่วมทีมในวันที่ 19 ก.พ. ที่บ้านพักย่านอ่อนนุช ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่สามีตกงานอยู่พอดี และ บังมัด ก็เป็นผู้ใหญ่ที่เคยทำงานร่วมกัน จึงไว้ใจไปทำงานด้วย
หลังเกิดเหตุ สามีก็กลับบ้านด้วยความไม่สบายใจ กลัวมาก เพราะภาพยังติดตา และมาเล่าให้เธอฟังว่า ตอนที่ นายอาร์ต ขู่จะทำร้ายหากไม่ยอมทำ เป็นช่วงที่กำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ถ้าไม่ทำ ก็ไม่ได้กลับบ้าน จึงต้องจำใจทำด้วยความกลัว ส่วนร่างของ นายรุทธ์ ทราบว่า นายอาร์ต อยู่กับศพมานาน 2 วันแล้ว ก่อนมานัดเจอกับกลุ่มสามี
ภรรยาของ นายนฤสรณ์ ยอมรับว่า หลังก่อเหตุ นายอาร์ต ได้ให้ค่าจ้างเป็นเงินสด 2,000 บาท ส่วนวันนี้สามีเต็มใจที่จะยอมรับ และพูดความจริง เพราะเขาก็อัดอั้นตันใจและเครียดมาก เพราะมีลูกเล็ก วัย 5 ขวบด้วย ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าจะต้องทำงานแบบนี้ มั่นใจว่าสามีจะไม่ไป ที่ผ่านมาดูข่าวเขาก็พยายามจะมามอบตัวกับตำรวจตลอด แต่ก็มีหัวหน้างานเก่าพยายามเบรคไว้
"สามีโดนหลอก อยากให้เห็นใจ สามีไม่รู้ว่าตอนนั้น เขาพกปืนหรือไม่ สามีแค่ต้องการเงินมาใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องการไปทำอะไรแบบนี้ อยากให้ตำรวจจับบังมัดให้ได้ จะได้ออกมาพูดความจริง"
ขณะที่ นายสมยศ ทีมข่าวพยายามสอบถามในหลายประเด็น แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถาม มีสีหน้าเคร่งเครียด เบื้องต้นหลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ ส่วนเยาวชน 1 ราย แยกส่งฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
Advertisement