เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.วรัท เสริมสุจริต สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.ต.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป., ด.ต.เชวงศักดิ์ แสงอรุณ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป., ด.ต.เอกชัย หอมจันทร์ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป., ด.ต.จิรศักดิ์ มั่งคั่ง ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป., จ.ส.ต.สาทิส พากเพียร ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายกิตติศักดิ์ฯ อายุ 39 ปี โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยืมใช้โทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด” ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 792/2568 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2568
สถานที่จับกุม หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีชายรายหนึ่งในพื้นที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย มักแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัย โดยจะสวมชุดนักดับเพลิงออกจากบ้านเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่มีการปฏิบัติงานจริง หรือสังกัดหน่วยงานกู้ภัยจริงแต่อย่างใด สร้างความสงสัยแก่ประชาชนในพื้นที่
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพบว่าบุคคลดังกล่าวมีหมายจับติดตัว จึงได้เข้าทำการจับกุม ทราบชื่อภายหลัง คือนายกิตติศักดิ์ฯ อายุ 39 ปี และได้ทำการตรวจสอบประวัติพบว่า นายกิตติศักดิ์ฯ เคยถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน และพฤติกรรมการแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้น มีเจตนาเพื่ออำพรางตัวและหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในปัจจุบันยังมีหมายจับค้างเก่าอีก 2 หมาย คดีฉ้อโกง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และจังหวัดศรีสะเกษ โดย นายกิตติศักดิ์ฯ ได้ทำการเปิดบัญชีธนาคาร นำไปให้มิจฉาชีพใช้ มิจฉาชีพจึงนำบัญชีดังกล่าวไปหลอกผู้เสียหายให้ลงทุน
ร่วมรีวิวสินค้าแล้วจะได้ผลประโยชน์ตอบแทน เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับพบว่าไม่สามารถถอนเงินได้ จึงเป็นเหตุให้สูญเงินไปกว่า 120,000 บาท
ทั้งนี้จากการตรวจสอบสวนเบื้องต้น นายกิตติศักดิ์ฯ ให้การว่า การแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้นมีเจตนาเพื่ออำพรางตัว และหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตนเองรู้ดีว่ามีหมายจับอยู่หลายท้องที่ และการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปให้ผู้อื่นใช้นั้น กระทำไปเพราะมีปัญหาเรื่องการเงิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามหมายจับที่เกี่ยวข้อง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
Advertisement